Posted in สัพเพเหระ

งานใหม่ ใจใหญ่กว่าเดิม

ตั้งแต่เปลี่ยนงานใหม่มาหลังสงกรานต์ ยังไม่สงบนิ่งพอที่จะเขียนบล๊อก จนวันนี้ อยู่บ้านที่เชียงราย ได้อยู่กับตัวเองบ้าง

ตอนที่รู้ว่า ทูนมาซื้อกิจการโอสถสภาประกันภัย ตามที่ได้ตั้งใจไว้ตั้งแต่ 2 ปีก่อน ว่าจะมาซื้อบริษัทประกันภัยในประเทศไทย ก็ดีใจว่า ในที่สุดดีลที่เคยคุยกันไว้นานมากแล้ว ก็มาถึงสักที

ตกลงกันไว้ว่า จะรับผิดชอบงานด้าน Sales Management ทั้งหมด นั่นรวมถึง underwriting, product development & reinsurance คือ ทุกอย่างที่จะสนับสนุนให้ sales ดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและคล่องตัว

และตกลงกันไว้อีกอย่างว่า ช่วง 6 เดือนแรก จะทำทุกอย่าง ในฐานะผู้ช่วยคุณปีเตอร์ เพื่อจัดตั้ง Tune Thailand

มีข้อแม้จากเรา 3 ข้อ คือ 1. ขอทีมงานตามมาทันที 3 คน ดูแลด้าน product development & reinsurance 2. ขอสังกัด TIH ที่มาเลเซีย เพราะตั้งใจไว้ว่าจะทำงานระดับ regional ไม่ได้อยากทำ local เพราะทำมา 17 ปีละ 3. ขอทำงานในเมือง เพราะลูกเรียนในเมือง เดินทางไปกลับรามคำแหงไม่ไหว

ทาง Tune ก็กลับไปคิด 1 อาทิตย์ ก็ได้ทุกอย่างตามที่ขอ

พอมาเริ่มงาน ก็สนุกสนานมาก ได้ทำทุกอย่างจริงๆ บรรยากาศการทำงานกับเจ้านายใหม่ เพื่อนร่วมงานใหม่เป็นกันเองมาก เค้าสร้างบรรยากาศและวัฒนธรรมองค์กรได้ดี สนุกสนาน มี greeting message ด้วยรูป selfie แล้วแต่คนอยากสวย มี yammer page ที่ใช้ post อัพเดต อารมณ์ประมาณ facebook ภายใน แซวกันขำๆ และอัพเดตงานใหม่ๆ ที่ขยายได้..สร้างแรงกดดันกันไป 55555

แล้วก็ได้ทำทุกอย่างจริงๆ ตั้งกะเลือกห้องที่เมอคิวรี่ จัดโต๊ะ ซื้อแลปทอปที่พันธุ์ทิพย์ไปมา 3 รอบ ซื้อปรินเตอร์ ซื้ออุปกรณ์สำนักงานให้ลูกน้องตัวเอง

ไปพบลูกค้ารายใหญ่ ทำข้อเสนอ และต้องจูนกับสไตล์นายใหม่ ซึ่งเก่งมาก นับถือสุดๆ ยังไม่เคยเจอนายคนไหนที่ทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ใน 1 อีเมลที่นายส่งหาลูกค้า จะครบถ้วนถูกต้องขายของไปด้วยเสมอ เขียนได้ดี (รึเพราะเป็นคนอังกฤษ 55555) ไม่หรอก…คนอังกฤษถ้าไม่รู้ประกันรึไม่มี marketing mind ก็เขียนแบบนี้ไม่ได้ 😉

ตอนประชุม group management committee ประจำเดือน ก็จะได้เจอมาดเคร่งครึม ไล่ตัวเลข กับ action plans ก็ทึ่งดี ราคาหุ้นเป็นเรื่องที่พูดกันทุกวัน เจอนักลงทุนและสัมภาษณ์ออกสื่อตลอด ก็เป็นอะไรที่แปลกใหม่ดี

เค้าไม่ถือตัวด้วย สิ่งแรกที่เค้าจะทำคือ ทลายกำแพงห้องออกให้หมด บรรยากาศในการทำงาน คือ open space/environment และเน้น DIY หรือ TIY คือ คิดเองทำเอง โตๆ กันแล้ว 55555 จะมาประชุมกัน เดินทางหลายคน ไม่มีการ fix เกาะกลุ่มกันว่าจะไปไฟลท์กี่โมง นอนที่ไหน นอนกับใคร..แล้วแต่จะคิด บริหารจัดการเอง นอนที่ที่ตัวเองชอบและสะดวก..เอาเป็นว่า ถึงเวลาประชุม มาให้ถึงเป็นพอ..ค่าใช้จ่ายก็ดูเองตามความเหมาะสม..ก็คล่องตัวดีนะ
นั่งๆ ทำงานกัน ก็ทยอยไปสนามบิน เพราะจองคนละไฟลท์ 555

เราทำงานหนักมาก เพราะเป็นทุกอย่างของที่นี่ ทาง TIH มีทีมงานเกือบ 10 ชีวิตที่มา set up แต่ติดเรื่องภาษา และไม่เข้าใจการทำงานบ้านเรา 10 เรื่องเลยมากระจุกที่เรา งานออกข้อเสนออีก recruit คนอีก

แถมเรื่องที่ต้องเรียกว่า นรกสัสสุด คือ คนที่มือไม่พาย เอาเท้าราน้ำ หาเรื่องพูดแต่เรื่องแย่ๆ ตลอดเวลา ไอ้ที่พูดถึงเราแย่ๆ เราไม่สนหรอก..เชื่อว่า ถ้าเราตั้งใจดี ทำดี สักวันต้องมีคนเห็น มีคนเข้าใจ
แต่ไอ้เรื่องที่ต้องสรรหามาให้พนักงานอีก 40 คน เป็นกังวล เครียด หวั่นไหว เป็นระยะๆ เนี่ยะจะทำไปเพื่อ!

การพูดคุยกับพนักงานทีละคน คนละ ครึ่งถึง 1 ชั่วโมง เพื่อรับฟังความวิตกกังวล การไม่เห็นด้วย การคิดไปก่อน พอผ่านไป เราพูดให้เค้าดีขึ้นได้ แต่คนที่รับฟังมาทั้งวัน ใช้พลังมาทั้งวัน มันเหนื่อย มันท้อมากนะ เพราะเราก็ไม่ได้ถูกฝึกมารับแบบนี้ทั้งวัน หลายๆ วัน หลายๆ รอบ ที่จะสรรหามาป่วน

เริ่มดาว์น เริ่มเครียด เริ่มเหนื่อย…

น้องในทีมที่พามาด้วย ก็จิตตก เชื่อว่าไม่มีใครไม่ท้อ ไม่ร้องไห้ เพราะอะไรก็มามะรุมมะตุ้มเต็มไปหมด แล้วยิ่งเห็นเรารับผิดชอบเยอะ แล้วเราทำไม่ไหว ทำจนล้น เอาไม่อยู่ ก็ไปกดดันตัวเองกันอีก ว่าช่วยเราไม่ได้ พาลจะถอดใจ

ต้องคุยกันทุกอาทิตย์ อาทิตย์ละ 2 รอบ ตัวต่อตัวว่า น้องเอ๋ย ที่น้องทำอยู่ในหน้าที่รับผิดชอบตาม JD  ของตัวเองนั้นดีมากอยู่แล้ว พี่ขอแค่นี้จริงๆ แค่รับผิดชอบงานของตัวเองให้ดี ให้พี่หมดห่วง ส่วนอีกร้อยพันอย่างที่มันมารุมพี่อยู่ มันเป็นข้อตกลงของพี่ มันเป็นหน้าที่พี่ ที่พี่ต้องหาคนมาทำ ถ้าพี่ยังหาไม่ได้ พี่ก็ต้องทำไปก่อน..น้องเอาตัวเองให้รอดพอ…ส่วนพี่ อันนี้พี่ดูแลตัวเองเอง..ก็ดีขึ้น 😉

ประทับใจในความหวังดี อยากช่วยของน้อง…แต่คนเรามันซาดิสม์ไม่เท่ากัน 55555  ปล่อยพี่ไปเหอะ

แล้วทำ ๆ ไป วันนึงมีเมลมา เกือบ 200 ฉบับ ทำงานตลอด ขับรถก็ตอบเมล จะกิน จะนอน ก็ตอบเมล ไม่มีเวลาให้ลูก ให้ครอบครัว

ต้องขอบคุณคุณโอ๊ตที่ดูแลเราและลูกได้ดีมาก ซึ้งใจ รู้ว่าคุณโอ๊ตเหนื่อยและต้องกดดันจากที่ทำงาน เช้าก็ต้องไปส่งลูก บ่ายแก่ๆ ไปรับลูก สอนการบ้าน จะหมดแรงแล้ว พอเรากลับมา ก็คอยหาอาหารให้เรา อาหารที่เราอยากกินเวลากลับถึงบ้าน คือ มาม่า หรือโจ๊กคนอร์ไข่ลวก…น้องเอิร์ธก็จะไปชงน้ำหวานมาให้…ได้กินที ก็ร้องไห้..ซึ้งใจ และเสียใจที่ไม่ได้ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี สงสารลูก สงสารคุณโอ๊ต…

แล้วมาเจอกับการเสียชีวิตกระทันหันของเพื่อน 2 คน ที่มุ่งมั่นทำงาน และประสบความสำเร็จมาก จากไปด้วยอาการแน่นหน้าอก หายใจติดขัด และจากไปโดยไม่มีการได้ร่ำลา ก็ยิ่งกลัว..

บอกตรงๆ กลัวตาย..กลัวที่จะตายก่อนวัยอันสมควร ยังห่วงลูก ยังห่วงสามี ห่วงพ่อแม่..ยิ่งคิดยิ่งเครียด ยิ่งเศร้า ผ่านไป 3 สัปดาห์กับอาการเครียด จิตตก
จนไปงานสวดเพื่อน ได้นั่งฟังพระเทศน์ ได้คิดใหม่ว่า ในเมื่อสิ่งสำคัญสำหรับเราคือ ครอบครัว คือตัวเราที่ต้องดูแล ต้องจัดระเบียบชีวิตใหม่ ทำงานให้พอดีๆ นายบอกว่า นอนให้เยอะๆ หน่อย ให้ดูอย่างผม ผมนอน 5 ทุ่ม ตื่น 7 โมงทุกวัน ออกไปวิ่งบ้าง พักให้เยอะๆ ดูแลตัวเอง เพราะผมต้องการอุ้มในระยะยาว 😉 ขอบคุณมากค่ะ

ได้ปรับชีวิตใหม่อีกครั้ง ไปคลาสโยคะที่ทิ้งมา 3 เดือน มีความสุข สดชื่นมาก ได้รับลูกต่อจากคุณสามี ขับรถกลับบ้านด้วยกัน เดินห้างด้วยกัน ได้กลับมากอดพ่อและแม่ที่เชียงราย มาฉลองวันเกิดให้แม่ ให้พ่อกับแม่ชื่นใจ

เชื่อว่า ต่อจากนี้ อะไรคงดีขึ้น มีทีมจะเข้ามาเพิ่มสิ้นเดือนนี้อีก 4 คน..เราจะไปได้ดี เราเชื่ออย่างนั้น..กับความร่วมมือของคนอีก 40 คน ที่จะประคับประคองกันไป…เวลาเจอคนที่โอสถ เค้าจะบอกว่า อดทนหน่อยนะ รู้ว่าเหนื่อย อะไรก็มากระจุกที่นี่หมดเลย พักผ่อนบ้างนะ มีอะไรให้ช่วยบอก..ก็อดดีใจไม่ได้..ขอบคุณมากนะคะทุกคน ^____^

image

Advertisements

ผู้เขียน:

Experienced and qualified insurance professional..like to share ideas and knowledge

3 thoughts on “งานใหม่ ใจใหญ่กว่าเดิม

  1. สิ่งที่ตัดสินใจในวันนี้…คิดว่าคงไม่ได้ทำเพื่อตัวเองคนเดียว…ส่วนหนึ่งคงทำเพื่ออนาคต เพื่อครอบครัว และเพื่อลูก ความเหน็ดเหนื่อย ความทุ่มเทในวันนี้ จะเห็นผลในระยะยาว เชื่ออย่างนั้น ^^

    ขีดความสามารถของคนมันไม่สิ้นสุด มันสามารถพัฒนาไปได้อย่างที่ไม่น่าเชื่อ เพียงคุณมีความพยายาม มีความมุ่งมั่น แลสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ คุณต้องมีใจ ใจดวงนี้ก็ต้องไม่ใช่ใจธรรมดาซะด้วย มันต้องเป็น “ใจ” ที่เข้มแข็ง แข็งแรง ฮึด อึด และทน ขอให้รักษาใจดวงนี้ไว้ให้ดีๆ แล้วคุณจะผ่านทุกสิ่งไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ จริงๆ ^^

    อย่าลืม balance ชีวิต งาน ครอบครัว สุขภาพ และคนรอบข้าง อย่าใจจดใจจ่อทำอยู่เพียงด้านเดียว ประสบความสำเร็จด้านเดียว ด้านอื่นพัง ล้มเหลวหมด บริหารให้ครบทุกด้านนะ ให้ทุกด้านเป็นเหมือนลมใต้ปีกที่จะช่วยประคับประคองคุณให้ประสบความสำเร็จ ^^

    มาถึงวันนี้แล้ว…เป็นกำลังใจให้นะ…สู้ต่อไป ท้อแท้ได้ แต่อย่าหมดใจ…ความสำเร็จรออยู่ปลายทางนะ สู้ๆๆ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s