Posted in เรื่องเล่าจากที่ทำงาน

พี่(อุ้ม)สอนน้อง(เฟอร์)

image

เขียนบล๊อกนี้ให้น้องคนล่าสุด ด้วยเหตุที่ติดนิสัยการเป็นอาจารย์สอนหลักสูตรต่างๆตอนจบมักจะต้องสรุป Keys Takeaway ให้คนที่มาเรียนรู้จำไปใช้ต่อง่ายๆ

และยังนึกถึงเมื่อครั้งที่ตัวเองออกจากงานครั้งแรก เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว… MD ที่เรารักเหมือนพ่อ มอบหนังสือให้เป็นที่ระลึกก่อนจากกัน ชื่อว่า “พ่อสอนลูก” 🙂 มาวันนี้ เราเลยได้มีโอกาสเขียนบล๊อก “พี่สอนน้อง”

แม้ว่า การทำงานร่วมกันจะมีเวลาเพียง 7 เดือนเท่านั้น บนความโชคดีของเฟอร์ ที่ได้รับการถ่ายทอดแบบเต็มๆ ความเอาใจใส่แบบสุดๆ เพราะเป็น direct reported line และมีเพียงคนเดียวอีกด้วยนั้น ก็มีความโชคร้ายของการอัดงานแบบเกินพิกัดของ
เด็กจบใหม่ ขาดประสบการณ์ และความบ้างานอย่างถึงที่สุดของพี่ไปด้วย

สิ่งที่พี่สอนน้อง ได้แก่

1. พี่สอนให้น้อง อย่ากลัวเกินกว่าเหตุ อย่าหวั่น เมื่อต้องเจอกับนายติดสปีดแบบพี่ มันเป็นหน้าที่ของพี่ ที่เมื่อเลือกน้องที่มีช่องว่างของการสอนมาก พี่ต้องลดความคาดหวัง ในขณะที่พี่ต้องเร่งสอนน้อง ให้ช่องว่างมันแคบลง

2. พี่สอนให้น้องทำงานให้ละเอียด คิดเสมอทุกครั้ง ว่าสิ่งที่เราทำนั้น มันสอดคล้องกันทั้งหมดหรือเปล่า มีอะไรผิดปกติ ที่เราต้องหาข้อมูลเพิ่มอีกหรือไม่

3. พี่สอนให้น้องทำ to do lists เพราะน้องเป็นคนขี้ลืม และเราต้องทวนงานกันทุกเช้า เพื่ออัพเดตงานที่ทำเสร็จและงานที่คงค้าง จนบนโต๊ะของน้อง เต็มไปด้วยกระดาษโพสท์อิท ให้คนแซวว่าเป็นศาลเจ้า

4. พี่สอนให้น้องอ่านหนังสือพิมพ์ทุกวัน โดยมอบหน้าที่ให้ซื้อ Bangkok Post มาอ่านและ hi light ข่าวที่คิดว่าพี่มองว่าสำคัญ ในขณะที่พี่ก็ปรับกับน้อง ให้น้องรู้ว่าข่าวไหนที่กระทบธุรกิจเรา น้องอ่านหนังสือพิมพ์ทุกวัน แต่แอบอายที่ต้องอ่าน Bangkok Post บนรถเมล์และรถไฟ 555

5.พี่สอนให้น้องรู้ (บนความหงุดหงิดของน้องทุกครั้ง)
ว่า ทำไม monthly presentation มันไม่เคยหน้าตาเหมือนเดิม ต้องปรับ ต้องเพิ่ม ทุกครั้ง เพราะพี่คิดว่า เราต้องไม่ยืนอยู่ที่เดิม และทุกครั้งที่ทำผลงาน งานนั้นจะต้องพัฒนา
ให้ดีขึ้นกว่าเดิมไปทุกครั้ง

6. พี่สอนให้น้องรู้ว่า ไม่ว่า คืนก่อนจะทำงานหนักและเยินแค่ไหน On stage จะต้องดูมีสภาพดี และพกความมั่นใจมาเสมอ เพราะถ้าเตรียมงานดี present ห่วย ก็ไม่ช่วยอะไร
อีกอย่าง เขาจ้างเรามาทำงานให้ได้ดี และต้องดูดีด้วยเช่นกัน (ไม่นับว่า หลังจาก present จะน๊อก ไปนั่งตาโหล หรือแอบงีบก่อน present ก็ตาม 555)

7. พี่สอนให้น้องรู้จักอ่อนน้อม กล้าเข้าหาผู้ใหญ่ ต้องรู้ว่าสิ่งที่เราต้องการจากเขาคืออะไร ภายในเมื่อไหร่ แล้วเลือกวิธีที่เหมาะสมกับแต่ละคน เป็นเด็กขอแค่อ่อนน้อม ถ่อมตัว เข้าหา ผู้ใหญ่ที่ไหน ก็เอ็นดู แม้บางคนเข้าหายาก ถ้าเราเพียรพยายาม และเสมอต้นเสมอปลาย เขาจะใจอ่อนให้เราเอง

8. พี่สอนให้น้องกล้าลุย เผชิญกับอุปสรรคด้วยตัวเอง โดยบอกน้องเสมอว่า ถ้าไม่ไหว บอกพี่ได้เสมอ พี่จะกระโดดเข้าไปช่วย แต่พี่อยากให้น้องได้
ลองทำด้วยตัวเองก่อน

9. พี่สอนให้น้อง รู้ว่า ถ้าติดขัดปัญหาที่หน้างาน อย่าตกใจ อย่ามัวแต่หาสาเหตุ เพราะสิ่งที่ต้องทำขณะนั้น คือ การแก้ปัญหา

10. พี่สอนให้น้องมีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับ
มอบหมาย จากตัวอย่างที่พี่ทำ ไม่ว่าจะหนัก จะเหนื่อย จะป่วย หากงานต้องเสร็จ พี่ก็จะทำ แม้พี่จะไม่ได้อยากให้น้องบ้างานเท่าพี่ก็ตาม

11. พี่สอนให้น้องรู้ว่า ธุรกิจนี้มีอะไรให้เรียนรู้
อีกเยอะ และพี่ให้น้องเลือกทุกครั้ง ว่าน้องอยากทำอะไร และพี่อธิบายเหตุผลทุกครั้ง ว่าทำไมพี่จึงมอบหมายงานชิ้นนั้นๆ ให้

12. พี่สอนน้องว่า การทำ project ใหม่ 1 ครั้ง คือ การขายฝัน และสิ่งแรก คือ เราต้องเชื่อในฝันนั้น อย่างแรงกล้าซะก่อน ทุกครั้งที่พี่คิด scope project ใหม่ พี่จะตื่นเต้น และมาเล่าให้น้องฟังแต่เช้า ด้วยแววตาเป็นประกาย ก่อนจะถามน้องว่า น้องคิดว่าไง น้องอินมั้ย ก่อนที่พี่จะไปขายคนอื่นต่อ

13. พี่สอนให้น้องรู้ว่า แม้เราจะเป็นเด็กจบใหม่ เราก็มีสิทธิเลือกบริษัท ไม่ใช่บริษัทเป็นผู้เลือกเรา
ฝ่ายเดียว พี่ใช้เวลาสัมภาษณ์น้อง 2 ชม. รวมเล่าเนื้องานในรายละเอียด ให้ดูชิ้นงานจริง และให้น้องไปตัดสินใจ อย่ากระโจนเข้าหางาน เพียงเพราะอยากได้งาน

14. พี่สอนให้น้องรู้ว่า แม้น้องจะตั้งธงขอทำ
แต่งานตัวเลข ไม่ชอบงานหน้าบ้าน แต่สุดท้าย น้องก็สามารถทำงานหน้าบ้านได้ดี จนวันนี้ น้องเบนเข็มไปทำงานเซลล์

15. พี่สอนให้น้องคิดยาวๆ อย่าคิดแค่ได้งานวันนี้ ต้องคิดความเสี่ยงในอนาคตอันใกล้และมีแผนสำรอง

16. พี่สอนน้องไม่ให้เปลี่ยนงานบ่อย พี่ทำงานที่แรก 7 ปี ที่ที่ 2 ทำ 9 ปี หากโอกาสไม่ใช่งานในฝันจริงๆ พี่คงไม่ไปภายใน 1 ปี เรายังเป็นเด็ก ยังมีโอกาส
ได้ลองอีกเยอะก็จริง แต่หากเราเลือกอย่าง
รอบคอบแต่แรก เราคงไม่ต้องเป็นเด็ก Gen Y ที่ไม่สนใจใคร ปุบปับเปลี่ยนงานเหมือนเด็กทั่วไป

17. พี่สอนให้น้องรู้ว่า การลาออก ไม่ได้ทำให้ความเป็นพี่น้องเปลี่ยนแปลงไป พี่บอกน้องว่า ทุกครั้งที่มีน้องมาลาออก พี่จะถามสาเหตุ เพราะอยากให้น้องๆได้ทบทวน ว่าเราไปเพราะอะไร เรากำลังหนีอะไร ถ้าน้องคนนั้นชัดเจน พี่จะถามว่าไปทำอะไร ที่ไหน แล้วพี่จะแนะนำ ว่าควรไปหรือไม่ควรไป เพราะอะไร หรือมีที่ไหนที่พี่คิดว่าดีกว่า แต่ให้น้องคนนั้น เป็นผู้เลือกทางเดินเอง

18. พี่ทำให้น้องเห็นว่า พี่มีน้องที่รักใคร่มากมาย ที่เคยร่วมงานด้วยกัน พี่จัดงานปีใหม่รวมพล
ลูกน้องเก่าเก็บ ที่วนเวียน เดี๋ยวก็กลับมาร่วมงาน เดี๋ยวก็ปรึกษางานกัน เพราะมิตรภาพและ
คอนเนคชั่นเป็นสิ่งสำคัญ พี่เปิดให้น้องได้ไปเจอพี่ๆ ที่ทำงานกันหลายหน้าที่ หลายบริษัท ตำแหน่งสูงๆ หรือทีมฮาๆ ให้มีโอกาสขยับขยาย วันนึง น้องอาจต้องการความช่วยเหลือจากพวกเขา หรือน้องอาจเป็นผู้ให้พวกเขาก็ได้

19. พี่เปิดโอกาสให้น้องได้ลองลักษณะงาน
หลากหลาย จากหลายหน่วยงาน โดยที่น้องเองยังถาม ว่าพี่ไม่กลัวน้องย้ายหน่วยงาน
รึค้นพบตัวเองว่าไม่ชอบธุรกิจนี้เลยหรือ พี่ตอบน้องว่า ดีซะอีก ที่น้องได้เรียนรู้
และตัดสินใจจากประสบการณ์จริง ไม่ได้มโนไปเอง ถ้าน้องจะไป เพราะค้นหาตัวเองได้ไว ภายใน 1 ปี พี่ยิ่งยินดี และพี่บอกน้องเสมอว่า พี่โชคดี ที่รู้ว่าตัวเองอยากทำอะไรตั้งแต่เรียน มหาลัย ปี 1

20. พี่สอนให้น้องกตัญญู รู้คุณ พี่ไม่เคยลืมนายท่านใดที่สอนงานพี่เลยในชีวิตการ
ทำงาน
อย่างน้อย 1 ครั้งต่อปี ที่พี่จะแวะเวียนไปหา หรืออย่างน้อยส่งจดหมายอัพเดตความก้าวหน้าใน
หน้าที่การงาน เพราะพี่เชื่อว่า พี่ได้ดีทุกวันนี้
เพราะพี่มีนายที่ดี

21. พี่สอนให้น้องเห็น ว่าการดูแลลูกน้องเหมือนครอบครัว คือ สิ่งสำคัญ เราคือเพื่อนร่วมงาน ที่ต่างทำหน้าที่สนับสนุนกัน หมดเวลางาน คือ พี่น้อง และพี่ก็ดีใจที่ น้องพี่ทุกคน ต่างก็ดูแลน้องของตนอย่างดีเยี่ยม ทำให้สายป่านครอบครัวยาวทอดไปเรื่อยๆ

22. พี่สอนให้น้องทำคู่มือการโอนงานเป็น และเป็นหน้าที่สุดท้ายก่อนจะลาจากบริษัท

23. พี่สอนให้น้องรู้ว่า ไม่มีใครรักและปรารถนา
ดีต่อเราเท่าครอบครัว พี่แลกเปลี่ยนมุมมอง
ในฐานะที่เป็นคุณแม่คนนึงเสมอ

24. พี่สอนให้น้องรู้ว่า การจะทำงานที่ใดนั้น สิ่งหนึ่งที่สำคัญและจำเป็น คือ การอยู่ให้คนรัก และจากให้เค้าคิดถึง

25. พี่สอนให้น้องรู้ว่า ไม่ใช่แค่พี่ที่เป็นผู้ให้ แต่น้องเป็นผู้ที่สอนพี่หลายสิ่งเช่นกัน

สุดท้ายนี้ พี่ขอให้น้องค้นพบตัวเอง และเดินทางตามฝันที่ใช่ของน้องด้วยความสำเร็จ สิ่งใดที่พอจะเป็นประโยชน์ ขอให้นำไปใช้ และถ่ายทอดให้น้องของตัวเองต่อไป สิ่งใดที่ไม่เห็นด้วย  ขอให้ปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม

เหมือนทุกครั้ง พี่ไม่เคยสอนให้เฟอร์เชื่อ
ในสิ่งที่พี่บอก แต่พี่แค่แลกเปลี่ยนประสบการณ์ค่ะ 🙂

ขอให้คุณพระคุ้มครอง

ผู้เขียน:

Experienced and qualified insurance professional..like to share ideas and knowledge

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s