Posted in สัพเพเหระ

3..2..1..Let’s go! (ตอนที่ 1)

Blog นี้ เป็น Blog สุดท้ายที่เขียนในขณะทำงานที่ KPI และคาดว่าจะเป็น Blog ที่ใช้เวลาเขียนนานที่สุด เพราะเผื่อเวลาไว้ 2 อาทิตย์สุดท้าย ซึ่งจะประกอบด้วยอารมณ์หลายๆ อารมณ์เข้ามารวมกัน และนี่ก็เป็นโค้งสุดท้ายของการลาจาก นับถอยหลัง 3..2..1

วันที่ 29 พ.ค. 56 มีนัดทานข้าวกับพี่งามและพี่อ้อ เราไปทานกันที่บางกอกเวนิส นั่งคุยสัพเพเหระกันริมคลองแสนแสบ ชิมบรรยากาศที่ต่อไปก็คงไม่ได้มานั่งชิลๆ

พี่อ้อเตรียมพระพุทธรูป สวยมากๆ 1 องค์ ไว้ตั้งบูชา ประทับใจมาก ขอบคุณในความกรุณา และเป็นกำลังใจ ที่พี่ทั้ง 2 มีให้มาตลอดหลายปีที่ผ่านมา แม้จะไม่ค่อยได้มีโอกาสพูดคุยกันนัก แต่ทุกครั้งที่เจอกัน ยังไม่ต้องพูดอะไร พี่ทั้ง 2 ก็จะบอกว่า “งาม/อ้อ เข้าใจค่ะ” เหมือนมองจากสายตาเข้ามาถึงความรู้สึกข้างใน

จริงๆนะ บางทีมันเป็นความรู้สึกเรียบๆ ง่ายๆ ที่เดินสวนทางกันบ้าง เจอหน้าลิฟท์ ในลิฟท์บ้าง พี่ๆ ที่น่ารัก อย่างพี่ยิ้ม การเงิน พี่เจี๊ยบ โชติกา บัญชี พี่แอ๋ม การตลาดทั่วไป ก็จะบอกว่า คิดถึงแย่เลย ไม่ได้เจอกันแล้ว เราก็จะรู้สึกอบอุ่นทุกครั้ง…

วันที่ 3 มิ.ย. 56 เริ่มวันทำงาน ด้วยของขวัญจากน้องสาวที่น่ารัก เต้ยเลือกนิยาย เรื่อง “อย่าลืมฉัน” ซึ่งเต้ยบอกว่า เป็นนิยายสนุกแบบหวานๆ แต่พอพี่นึกถึงท่าทางและน้ำเสียงของเต้ย พี่รู้สึกเหมือนว่าเต้ยกำลังถือมีดจ่อคอพี่อยู่ และบอกเป็นนัยๆ ว่า ถ้าลืมละก็ เสร็จแน่!555

เป็นความตื้นตัน ที่ได้อ่านการ์ดของเต้ย ซึ่งเขียนความในใจไว้เต็ม 1 หน้า คาดว่า ถ้าให้เขียน Blog คงจะบรรยายได้ยาวกว่านี้ กินใจ และซาบซึ้งมากๆ ค่ะ น้ำตาปริ่มๆ (หลายคนคงบอก จะร้องอีกล่ะ!) พออ่านจบ ก็ขนลุกขึ้นมาทันที เพราะคาดว่าจะมีอีกหลายเหตุการณ์ให้น้ำตาไหล 😉

แม่บ้านพี่แมว เข้ามาถามว่า “จะไปแล้วเหรอคะ คิดถึงกันแย่เลย อยู่มาตั้งนาน”..เราก็ส่งยิ้มหวาน บอกไปว่า “คิดถึงเหมือนกันค่ะ”…

พี่ๆ แม่บ้านดูแลเราดีมาก ตลอด 9 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นพี่วี ที่เห็นหน้าเราในห้องประชุมทีไร ก็รีบเอาน้ำแดงเฮลซ์บลูบอย มาให้ เพราะกลัวว่าจะเป็นลม หน้ามืด ไปซะก่อน จนบัดนี้ เราถึงได้กระจ่างว่า อาจเป็นเพราะน้ำแดงของพี่วี ที่ทำให้อุ้มเหมือนเป็นนางกวัก เพราะประชุมเสร็จทีไร ก็มีงานเพิ่มขึ้นมาทุกที ส่วนพี่มวน นึกถึงทีไร ต้องได้ยินเสียงหัวเราะ เธอขำทุกครั้งที่เอาโอวัลตินมาให้ทั้งเช้าและบ่าย และจะบอกว่า “หวานมันคะ หวานมัน” ปิดท้ายด้วยเสียงหัวเราะทุกที เพราะเธอกลัวว่าอุ้มจะอ้วน…แต่อยากจะบอกว่า คงไม่ต้องกลัวแล้วค่ะ พี่มวน เพราะตอนนี้น้องอุ้มของพี่มวนเข้าขั้นอวบระยะ
สุดท้ายไปแล้วว ส่วนพี่ต้อย ไม่ค่อยได้พูดกัน แต่จะแวะเวียนมาถามทุกเช้า ว่ารับโอวัลตินมั้ย ก็ขอขอบคุณพี่ๆ ทุกคนอีกครั้งค่ะ

วันที่ 4 มิ.ย.56 พี่ๆ น้องๆ ในฝ่ายฯพากันไปกินบุฟเฟ่ต์ติ่มซำที่โรงแรมอโนมา อาหารหนักมาก กินๆ กันไป ก็นั่งถอนหายใจ อืด พิงพนักเก้าอี้กันหมด เราก็เลยเอาของที่ระลึกเป็นดินสอไม้ Sanrio ไปแจก ให้เลือกลายน่ารักๆ กัน ที่เราเลือกให้ดินสอไม้ เพราะสมัยตอนที่เป็นเด็กมหาลัย เวลาจะทำข้อสอบและต้องการกำลังใจ เรามักจะพกดินสอศักดิ์สิทธิ์ คือ เป็นดินสอใช้แล้ว ของอาจารย์ที่นับถือบ้าง ของคุณพ่อบ้าง เอาไปติดไว้ในกล่องดินสอ เพราะเอาอย่างอื่นเข้าไปในห้องสอบไม่ได้ ก็เลยคิดว่า เวลาจะนึกถึงเรา ได้มองไปที่ดินสอก็คงจะดี

นอกเหนือจากนั้น วันนี้ได้มีโอกาสประชุมร่วมกับทีมงานรายเดือน ซึ่งมีแขกพิเศษ คือ คุณกอล์ฟ มาร่วมสังเกตุการณ์ด้วย เราได้บอกน้องๆ ไปก่อนแล้วว่า เชื่อเถอะ ว่าคุณกอล์ฟฟังเฉยๆ ไม่เม้นท์ไม่ได้หรอก และก็จริงดังว่า คุณกอล์ฟมีพลังเหลือเฟือ หลังจากวิ่งกลับจากประชุมที่ธนาคาร ไฟในการทำงานเต็มเปี่ยม เธอให้ข้อแนะนำมากมาย ทีมงานสนุกสนาน หัวเราะขบขัน กับมุกที่ยิงเป็นระยะๆ พร้อมกับเนื้อหาสาระ หลักการอีกมากมาย รู้สึกอบอุ่นชุ่มชื่นหัวใจ บรรยากาศแบบนี้ไม่ได้เจอมานานแล้ว ย้อนหลังไปเกือบ 4-5 ปีได้ มันสนุก มีพลัง และแน่นอนว่ามันเติมไฟให้แก่การทำงานใน
วันถัดไปได้เป็นอย่างดี

มีความสุขมากกับการได้ย้อนอดีตตอนที่เราทำงาน
และเรียนรู้ร่วมกับนายคนนี้อีกครั้ง หัวค่ำส่ง line ไปหานาย ว่า “มีความสุขที่ได้กลับไปมีบรรยากาศเดิมๆ ด้วยกันอีกครั้ง และหวังว่านายคงจะรู้สึกเหมือนกัน” รู้สึกตื้อๆ น้ำตาไหล สักพักนายตอบกลับมาว่า “รู้สึกดีกับการประชุมร่วมกับทีมงานทุกคน วันนี้เหมือนกัน แต่ทุกอย่างย่อมมีการเปลี่ยนแปลง แม้เราจะไม่ต้องการก็ตาม ก็ขอให้เรารับมือกับการเปลี่ยนแปลงนั้นให้ได้ เป็นห่วงเสมอ และดูแลตัวเองด้วย”…ซึ้งอ่ะ T T นี่ขนาดยังไม่ได้เข้าไปลาเลยนะ
ไม่รู้จะลายังไง สงสัยนั่งร้องไห้ขี้มูกโป่งแน่เลย

วันที่ 5 มิ.ย. บ่ายวันนี้ ได้มีโอกาสไปลาพี่อ้อย
(ช.กจก.รว.) ท่านเข้ามากอด และก็อวยพรให้ประสบความสำเร็จ และให้ข้อคิดว่า “ครอบครัวต้องสำคัญที่สุด หากครอบครัวดี ทุกสิ่งที่ดีก็จะตามมา เชื่อมั่นว่าเราทำได้อยู่แล้ว” กราบขอบพระคุณพี่อ้อยมากๆ ค่ะ จำได้เลยว่า เมื่อก่อนทุกสิ้นเดือนจะต้องมีไปรบกวนพี่อ้อยว่า Book เบี้ยไม่ทันค่ะ ขอ adjust ตอนปิดบัญชี รวมถึงกรณีมีตัวเลขแปลกๆ ให้ต้องหารือกันตลอด

พอกลับมาที่โต๊ะ พี่จิมก็ให้น้องโจ้เอาของขวัญมาให้ เป็นผ้าขนหนูมูจินิ่มๆ ก็เลยเอะใจว่า “เรานัดทานข้าวกันวันศุกร์ไม่ใช่เหรอคะ ทำไมรีบให้จัง”…พี่จิมเลยเฉลยว่า “พี่เอาไปแอบไว้ที่ห้องประชุม แต่พอดีเค้าจะมาตรวจความสะอาด เลยขอเอาให้อุ้มก่อน” 55555 อินเทรนมากๆเลยคะพี่

พูดถึงพี่จิม พี่อ๊อด โอเล่ ดร.ฤทธี พี่เก่ง และทีมงาน IT ทุกคน ก็ขอขอบคุณในการให้ความสนับสนุนการ
ดำเนินงานที่มักจะมีแต่งานเร่งด่วน หลายมิติ มากวนอยู่เสมอ งานอุ้มจะออกมาไม่ราบรื่นเลย หากขาดการสนับสนุนที่เต็มที่จากทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พี่อ๊อด ที่รักและนับถือ เหมือนพี่ชาย เราทำงานคู่กันมาโดยตลอด และพี่อ๊อดมีความเข้าใจงานรับประกันภัยเป็นอย่างดี อย่างที่บางครั้ง ยังคอยเตือนเรากับทีมงานด้วยซ้ำ เคยอยากให้พี่อ๊อดมาเป็น ผอ.รับประกันภัยเบ็ดเตล็ด สมัยเราเป็นผู้จัดการด้วยซ้ำ 555 ก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน และแม้ว่าการทำงานของเรา อาจเป็นการปิดทองหลังพระ ใครไม่รู้ไม่เห็น แต่ตัวเรารู้ค่ะ พี่ๆ ทำงานหนัก และกดดันมาก อุ้มรู้ค่ะ และซาบซึ้งมาก กับการเจียดเวลามาช่วยงานให้อุ้มตลอดมา ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ

หลังจากนั้น ก็ได้มีโอกาสไปสวัสดีพี่อลงกรณ์ (ผอ.อาวุโส) ที่ห้อง (ท่านไม่อยากให้ใช้คำว่า ลา) หนึ่งในบทสนทนาที่ประทับใจจากพี่ป้อม คือ “การเปลี่ยนแปลงไม่ได้หมายความว่า จะต้องดีขึ้นเสมอ แต่มันทำให้เรารู้ และเรา มีทางเลือกมากกว่า 1 ทาง”…สุดยอดอ่ะ ไม่เคยผิดหวังกับคำคมของพี่ป้อมเลย

วันที่ 6 มิ.ย. เที่ยงวันนี้ได้ไปทานข้าวกับพี่อง คู่ขาประจำ ซึ่งช่วงนี้แทบไม่ได้ทานข้าวด้วยกันเลย และอาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายที่ได้ทานข้าวด้วยกัน
ก่อนจะจากกันด้วย พี่องก็เลยตามใจ พาไปกินเย็นตาโฟ ร้านพี่แจ้ (เค้าชอบเปิดเพลงของแจ้อ่ะ) กินกันจนพุงกาง และก็มาต่อด้วยกล้วยแขกอีก บางครั้งเราก็จะต่อด้วยไอติมแมกนัม ในวันที่ขาดน้ำตาล 555 แต่วันนี้บ่ไหวแล้วค่ะ

หลังจากนั้น ก็ได้ไปลาคุณสุทธิรักษ์ (ช.กจก.สจ.) พอท่านทราบเหตุผลที่ได้เรียนท่านไป ท่านก็ให้การสนับสนุนกับการเดินทางครั้งนี้ของเรา
เป็นอย่างดี แต่ก็บ่นเสียดายนะ ^^

ต่อจากนั้น ก็แวบไปลาพี่นิษ (กนิษฐา) ที่เป็นพี่ที่เคารพ และเห็นกันมานาน เป็นการลาที่เหมือนจะเป็นหนังใบ้ พูดไม่ออก ได้แต่จับมือกัน และบอกว่า “หนูมาลานะคะ” พี่นิษ ก็พูดว่า “โชคดี” แล้วมันก็อึ้งๆ ตื้อๆ พูดไม่ออก จับมือกันอยู่อย่างนั้น… ก่อนที่น้ำตาจะไหล เราก็เลยวิ่งหนีไปซะก่อน 555

เขียนมาซะยาว เกรงว่าจะอ่านกันจนมึนไปซะก่อน เลยขอตัดตอนไว้เพียงเท่านี้ และติดตามตอนต่อไป ในวันอังคารหน้านะคะ…

image

Advertisements

ผู้เขียน:

Experienced and qualified insurance professional..like to share ideas and knowledge

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s