Posted in เรื่องเล่าจากที่ทำงาน

Bye for now…ลาที ไม่ใช่ ลาจาก

เขียนบล๊อกฉบับนี้ ด้วยความหวังอย่างยิ่ง ว่าผู้อ่านที่ใกล้ชิดจะได้อ่านและคิดตามช้าๆ

เคยเขียนบล๊อกที่เกี่ยวข้องกับการรับมือกับการเปลี่ยนแปลง เรื่องของทีมงานสุดเจ๋ง เรื่องอาชีพในฝัน เรื่องการเดินทางก้าวใหม่ของโอลิเวอร์ ซึ่งหากผู้อ่านจะได้ย้อนความคิดกลับไปอ่านบล๊อก
เก่าๆ ของอุ้มก็คงทำความเข้าใจกับสิ่งที่พยายามจะบอกนี้ได้ไม่ยากนัก

วันก่อน ตอนที่ไปเลี้ยงส่งพี่โอ๋ เรานั่งคุยกันถึงประสบการณ์ในการทำงานของแต่ละคน ไล่ไปเรื่อยๆ แต่ละคนก็เล่าให้ฟังว่า ได้เคยทำอะไรมาบ้าง เปลี่ยนงานกี่ครั้ง เล่าเวียนกัน จนคนสุดท้าย คือ อุ้ม
ที่เพื่อนๆ เห็นพ้องต้องกันให้ข้ามไปเลย เพราะไม่มีอะไรหวือหวา น่าสนใจ เนื่องจากทำงานมา
10 กว่าปี เคยเปลี่ยนงานแค่ครั้งเดียว ที่แรกทำงานอยู่ 7 ปี และปีนี้ทำงานที่นี่มาเข้าปีที่ 9 แล้ว

ครั้งก่อนตอนเปลี่ยนงาน เดินเข้าไปบอกนายที่รักมาก 2 ท่าน ท่านแรกที่เรารักเหมือนพ่อ คือ กจก. ณ ตอนนั้น ไม่ได้พูดอะไร ลุกขึ้นยืน และเชิญให้ออกจากห้องไป และในระยะเวลาที่เหลืออีก 30 วัน
ก็ไม่ได้มีโอกาสพูดกันอีกเลยสักครั้ง นอกจาก ฝากหนังสือเล่มเล็ก ที่หน้าปกเขียนชื่อเรื่องว่า
“คำสอนของพ่อ” พร้อมลายเซ็นต์ด้วยความปรารถนาดี

เวลาผ่านไป 2 ปี เราจากมาด้วยความรู้สึกเศร้าหมอง ทุกครั้งที่คิดถึงพ่อ จะเสียใจทุกครั้ง เพราะไม่อยากทำให้พ่อผิดหวังเลย และเสียใจที่ไม่มีโอกาสได้อธิบายเหตุผล เพราะพ่อก็คงไม่อยากฟังเหตุผล ณ ตอนนั้น

จนวันที่เราแต่งงาน โดยก่อนแต่งงานได้เข้าไปเรียนเชิญภรรยาของท่าน และขอร้องว่าขอให้ช่วยเชิญท่านมางานให้ด้วย และสุดท้ายท่านก็มาร่วมงาน วินาทีที่ได้เห็นท่านเดินเข้างาน น้ำตาไหลมากมาย ดีใจเป็นที่สุดและรู้ว่าท่านได้ให้อภัยแล้ว ท่านยิ้มและเข้ามาแตะไหล่ บอกว่า “ไม่ต้องร้อง ถ่ายรูปก่อน” และหลังจากนั้น จนถึงวันนี้ แม้ยังไม่มีโอกาสได้พบกับท่านอีก เนื่องจากท่านย้ายไปทำไร่อยู่ต่างจังหวัดแล้ว เราก็จะไปกราบสวัสดีภรรยาท่านทุกๆ วันปีใหม่ พร้อมจดหมายเล่าชีวิตการทำงานและชีวิตครอบครัวและมีรูปถ่ายครอบครัวเล็กๆ ฝากไปด้วย

อีกท่าน เป็นรอง กจก. ท่านไม่ได้ตำหนิอะไร พูดน้อย แต่ให้แง่คิดว่า “บางครั้ง การที่เราอยู่ในบ้านของเรามาหลายปี เราได้เห็นทุกซอกทุกมุมของบ้าน เห็นส่วนที่รก รุงรังบ้าง พอเปิดประตูออกไปข้างนอก มองเห็นเส้นทางสดใส ข้างทางมีดอกไม้สวยงามนานาพรรณ แต่เราไม่มีทางรู้เลยว่า ข้างดงดอกไม้นั้น จะมีงู มีสัตว์ร้าย ที่จะทำร้ายเรารึเปล่า” และหลังจากนั้น เราก็มีโอกาสได้ไปกราบสวัสดีท่านอีก
2-3 ปี ท่านก็ยังพูดน้อย จนท่านเกษียนไป ก็ไม่มีโอกาสได้พบท่านอีก

ตอนนั้น เรายังเด็ก และเหตุผลที่ตัดสินใจก็เด็กตามวัยไปด้วย

หากย้อนเวลาได้ ก็คงจะอยู่ทำงานกับท่านทั้ง 2 จนท่านหมดวาระในการทำงานไป ไม่ต้องเสียความรู้สึกที่ดีระหว่างกันเหมือนในช่วงเวลาที่ผ่านมา นี่คือสิ่งที่อยากบอก คือ การเลือกใช้เวลาที่มีความรู้สึกดีๆให้กันอยู่ให้มากและนานที่สุด

คนเรามีหน้าที่บนโลกนี้หลายอย่าง เป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ เป็นพี่ที่ดีของน้อง เป็นแม่ที่ดีของลูก
เป็นภรรยาที่ดีของสามี และเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีในองค์กร

การลาออก ไม่ได้ทำให้สถานะเปลี่ยน ไม่ได้ทำให้ความรู้สึกที่ดีที่เคยมีให้กันต้องหดหาย เคยพูดเอาไว้ว่า เราต่างมีเหตุผลเป็นของตัวเอง และเหตุผลใดก็ไม่อาจทำให้ผู้ฟังเข้าใจได้ หากไม่เปิดใจรับมัน
ทุกคนมาจากต่างที่ ต่างสถานะ สำหรับคนที่เคยเปลี่ยนงานมาแล้ว น่าจะทำความเข้าใจกับการตัดสินใจเปลี่ยนงานได้ไม่ยาก

มีผลงานวิจัย ที่บอก 6 เหตุผลหลักของลูกจ้างที่ลาออก ซึ่งพอได้อ่านแล้ว ก็ถึงบางอ้อ เข้าใจ แต่ผลการวิจัยก็ไม่ได้ตอบโจทย์เฉพาะของแต่ละบุคคล แม้มันจะอธิบายหลายๆ เหตุผล ที่เราเองก็เห็นด้วย (ไม่ได้เอามาแปะไว้ในนี้ เพราะไม่อยากให้ผู้อ่าน ตั้งสมมติฐานตามผลการวิจัยนั้นๆ ว่าไปเพราะอะไร
แต่คิดว่าจะหาใน Google ก็น่าจะหาได้ไม่ยาก)

แต่สำหรับน้องใหม่ ที่เพิ่งเริ่มงาน ก็เป็นห่วง ว่าจะเข้าใจมั้ย เห็นน้องบางคน พอเพื่อนลาออกไป
ก็เสียใจ หมดกำลังใจที่จะอยู่ต่อ ถามว่า เวลาเพื่อนลาออก เหมือนตอนโอลิเวอร์ลาออก เราก็ร้องไห้
แต่มาจากความใจหาย ไม่ใช่เสียใจ และความรัก ความผูกพันกับโอลิเวอร์ก็ยังอยู่ ทุกวันนี้ก็ยังคุยกัน
ทุกวัน เหมือนปกติ

บอกแล้ว ว่าโลกไม่ได้จะแตก วันที่ใครบางคนจากไป ทุกอย่างมีเกิดขึ้น มีดับไป อย่ายึดติด
สิ่งที่สำคัญ ไม่ใช่การจาก แต่เป็นการพบและอยู่ร่วมกัน ว่าตลอดเวลาที่พบและอยู่ร่วมกันนั้น
เป็นความผูกพัน เป็นความรู้สึกที่ดีหรือเปล่า

เวลาพนักงานลาออก เราจะไม่เคย มองว่า ทำไม่เขาไม่จงรักภักดีต่อองค์กร เพราะความจงรักภักดีต่อองค์กรไม่ได้ตัดสินจากวันที่เขาจาก แต่ต้องมองย้อนไปในวันที่เขาอยู่ ว่าเขาทุ่มเทให้กับงาน ให้กับทีม อย่างเต็มที่ อย่างที่เขาพึงจะกระทำหรือทำได้มากเกินความคาดหวังหรือเปล่า ตรงนั้นต่างหากที่เราต้อง value เขา

อยากให้มองการเปลี่ยนแปลงทุกครั้ง คือ โอกาส โลกนี้มีคนเป็นล้านคน การที่ได้พบ ได้เรียนรู้ อะไรใหม่ๆ เป็นการเพิ่มค่าให้กับเรา จริงที่ว่า ชีวิตคนเรามันต้องมีอุปสรรคบ้าง มันถึงจะรู้ว่าเวลามีความสุข เป็นอย่างไรเหมือนเราไปทะเล ทะเลมองไปกี่ทีก็สวยงาม แต่บางครั้งก็มีคลื่นลม แดดจ้า แต่ยังไง
ความสวยงามก็ยังอยู่

ถามว่า จุดตรงที่เราอยู่นี้ โคตรสบาย มีความสุขมากกก เราชอบที่จะบอกใครๆ ว่า ตรงนี้ที่ทำอยู่ ถือว่าสบายสุดแล้ว ตั้งแต่ทำงานมา

จะมีอันเดอไรท์คนไหนที่สามารถคุยกับหน้าบ้าน อย่างพี่อิท พี่หนุ่ม ที่เข้าใจเหตุผลในเชิงอันเดอไรท์ และแม้พี่เอ้ที่เพิ่งมาใหม่ เราก็ไม่พบปัญหาในการทำงานร่วมแต่อย่างใด แถมยังคุยกับพี่ที่ใกล้ชิด
อย่างพี่อง ที่ทำเคลมได้อย่างเข้าใจ มีทีมที่น่ารัก (ถ้าอยากรู้ต้องอ่าน ทีมสุดเจ๋ง) และกำลังจะมีระบบไอทีใหม่ ที่เข้าไปศึกษาแล้ว จะช่วยในเรื่องการทำงานได้มากมาย เรื่องสวัสดิการพนักงานก็อยู่ในขั้นตอนการดำเนินงานที่เห็นหนทางสว่างอยู่ข้างหน้าแล้ว ขอย้ำ ดีสุดอ่ะ!

แล้วพอถึงตรงนี้ ก็จะมีคำถาม ว่า “แล้วหาเรื่องลำบาก หาเรื่องเหนื่อย ทำไม” หรือ
“แล้วทิ้งชั้นไปทำไม”

เรื่องแรก มันอยู่ที่มุมมอง คนบางคน ชอบที่จะนั่งมองคลื่นลมที่สงบ ในขณะที่บางคนสนุกกับ
การโต้คลื่น คนเราไม่เหมือนกัน เหมือนเลี้ยงลูก เด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน อยู่ที่เราจะเลี้ยงเค้า
ในแบบที่เราอยากให้เค้าเป็น จากประสบการณ์และมุมมองของเรา หรือจะให้เค้าได้ทำในสิ่งที่เค้าชอบ และสนุกกับมัน คนบางคนมีความทะเยอทะยาน ในขณะที่บางคนชอบที่จะเดินอย่างเรียบง่าย
ไม่มีใครเข้าใจใครได้ดีที่สุด แต่แทนที่เราจะเลือกที่จะเข้าใจเค้า หรืออยากให้เค้าเข้าใจเรา เปลี่ยนเป็นเราสนับสนุนเค้า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคตก็ตาม ดีกว่ามั้ย

ในการลาออกที่ประสบความสำเร็จ ในมุมของเรา คือ ผลของการลาออก คือ ได้ออกอย่างที่หวัง
และได้รับโอกาสในการยินดีต้อนรับกลับมาทุกครั้ง ซึ่งเราก็โชคดีมากที่ได้ทั้ง 2 อย่าง
ในการลาออกแต่ละครั้ง

คำว่า ทิ้งกันไป คงฝากแง่คิดเพียงว่า หากคิดจะทิ้งกันไป ก็คงไม่ต้องทุ่มเทแรงมากมาย ในการปรับปรุงพัฒนา การทิ้งกันไป หากอยู่บนเรือลำเดียวกัน เราก็คงต้องถีบคนอื่น ตกจากเรือ ปล่อยให้ตกน้ำ
แล้วเราก็ขับเรือจากไป แต่หากกรณีนี้ เราเชื่อว่า เราได้ทุ่มเท ดูแลเรือลำที่ต้องใช้ออกเดินทาง มีรั่ว
สีเก่า เครื่องยนต์พัง ก็ปรับปรุง ซ่อมแซมมัน  จนมันพร้อมที่จะเดินทาง เราดูจนมั่นใจ
ว่าพี่ที่อยู่ สามารถนำพาเรือลำนี้ไปยังจุดหมายได้ มีการเติมน้ำมันที่ต้องใช้ มีแผนที่ในการเดินทาง
ที่ชัดเจน และแม้ว่าเราจะไม่สามารถรับประกันได้ว่า การเดินทางไปข้างหน้า จะไม่มีคลื่นลม มรสุม แต่เราก็เชื่อว่าสิ่งที่เราได้ลงมือทำไป จะช่วยให้การเดินทางนั้นไม่ลำบาก และอย่างน้อยตลอดการเดินทางด้วยกัน
ก็มีความสุข สนุกสนาน เฮฮา

ทีนี้ ก็มีคำถาม ว่า ถ้าเราไม่อยู่ แล้ว เรือลำนี้มันจะสนุกสนาน เฮฮา เหมือนเดิมมั้ย มันก็เป็นหน้าที่ของกัปตันเรือคนต่อไป ซึ่งแม้กัปตันเรือจะไม่สามารถทำให้สนุกในอารมณ์เดียวกัน แต่เราก็เชื่อมั่นว่า
กลาสีเรือ ก็ควรจะรักษาความสนุกสนาน เฮฮานั้นๆ เอาไว้ หากสิ่งใดดี ก็ขอให้รักษาไว้ หากสิ่งใดควรปรับพัฒนา ก็ขอให้ปรับพัฒนาทันที หากสิ่งใดไม่ดี ก็ต้องทิ้งไป บางทีกัปตันเรือคนใหม่อาจจะทำให้เราสนุก ตื่นเต้น ได้เรียนรู้ใหม่ๆ มากขึ้น

เชื่อเถอะว่า ทุกๆวัน เราเจอคนใหม่ๆ และเราได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ทุกวัน ดังนั้น อย่ากลัว อย่าปิดกั้นตัวเอง กับการเรียนรู้ใหม่

ตั้งแต่รู้จักมา ก็ไม่มีใครที่บ้าพอที่จะบอกกล่าวล่วงหน้า 5-6 เดือน เพราะอะไร เพราะต้องการให้มีการโอนถ่าย การเตรียมตัว การได้มีเวลาพอที่จะพูดคุย เรียนรู้ ในช่วงเวลาที่เหลือ ก่อนที่ต่างคนต่างจะยุ่งมากกับภารกิจใหม่ และอาจไม่ได้พูดคุยกันเหมือนเก่า อย่ากังขา สงสัย ว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะที่จริงมันอาจไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก็แค่โคลัมบัสออกเดินทางสำรวจโลก อาจไม่พบอะไรเลย หรืออาจพบโลกใบใหม่ และลองคิดดูเล่นๆ ว่า ถ้าเราเป็นโคลัมบัสที่อยากออกเดินทาง อายุเท่าไหร่ถึงจะเหมาะ ถ้าแก่กว่านี้
จะมีแรงค้นหาสิ่งใหม่ๆ หรือมีแรงคิดค้นอะไรเพิ่มหรือเปล่า และถ้าเด็กกว่านี้ ประสบการณ์และการเตรียมตัวอาจจะไม่พร้อมสำหรับการเดินทางครั้งใหม่ มันก็แค่ เวลาที่เหมาะสม เท่านั้น

ถึงตรงนี้ คิดว่า หลายคนคงพอเข้าใจแง่คิด (แม้จะยังไม่ได้รู้เหตุผล แต่บอกแล้ว ว่าอย่ารู้เลย
เหตุผล ^^) และอีกหลายคนที่แม้วันนี้อาจยังไม่เข้าใจแง่คิด แต่เชื่อว่าสักวันก็จะเข้าใจ ไม่ช้าก็เร็ว

อีกเหตุผลที่เขียนบล๊อกฉบับนี้ ไม่ได้อยากทำให้เรื่องราวมันกระพือมากมาย แต่หากเรื่องมันจะถูกส่ง
ต่อไป ขอให้ผู้ฟัง (ผู้อ่าน) ได้ยินจากความคิดที่ร้อยผ่านบล๊อกฉบับนี้ด้วยตนเอง

ขอบคุณทุกคนที่มีความหมายสำหรับอุ้ม คงไม่ต้องบอก ว่าอุ้มกล่าวถึงใครบ้าง เพราะคุณรู้ดี ว่าคุณมีความหมายกับอุ้มมากมายเพียงไร ยังรักและปรารถนาดีเสมอและตลอดไป ขอให้คุณพระคุ้มครองค่ะ ^^

image

Advertisements

ผู้เขียน:

Experienced and qualified insurance professional..like to share ideas and knowledge

10 thoughts on “Bye for now…ลาที ไม่ใช่ ลาจาก

  1. It was so impressive to read this article. I do love your writing skill definately. Life is not how to servive in the strom but it is how to dance in the rain. Hence, I do respect your decision with no queries. I wish you will enjoy and have fun on the road ahead even some days it will be bad. However, trust me when it is bad or dark enough, you can see the planty of stars. Miss you guy so much. I am still on my days off. I just cameback from my oversea back packing adventure and my skin turn tan now # lol. My new career road will commence after Water Festival and will keep you posted how is my little life go on. Stay in touch and call me anytime when you need me. With LOVE 🙂

  2. You can’t make someone else’s choices
    so you shouldn’t let someone else make yours.
    Follow your heart.

    เราไม่อาจตัดสินใจแทนคนอื่นได้
    เราจึงไม่ควรปล่อยให้คนอื่นมาตัดสินใจแทนเราเช่นกัน
    เพราะฉะนั้น จงทำตามหัวใจเรียกร้องเถอะ

    ****ถึงเเม้ไม่ใช้พี่น้องโดยสายเลือดถึงแม้จะรู้จักกันไม่นานพี่ความรู้สึกที่มอบให้มันจนไม่อาจหากค่ามาทดแทนได้ครับ
    ปล.สุดท้ายรักและเคารพเสมอ

    นิมิตร รัตนะชวางกูร

  3. ความสุขบนโลกนี้ ผมว่ามีอยู่2แบบแบบแรกคือความสุขที่แท้จริงนั้น
    คือ ความสบายใจไม่ต้องมีเรื่องไม่สบายใจเลย
    สักอย่างอันนี้ต้องฝึกฝนมากถึงจะเข้าถึงได้ อันที่สองคือการทำให้คนที่เรารักมีความสุข
    ส่วนใหญ่เกิดจากความต้องการจากตัวเราเอง
    เพราะเราก็อยากให้เค้าทำให้เรามีความสุขเหมือนกันเช่นที่เรารักเค้ามากก็เพราะเราก็อยากให้เค้ารักเรามากหรือทำดีกับเค้าเพื่อให้เค้าทำดีกับเรา
    นั่นเอง

    ถึงวันนี้ผมเห็นคนที่ประสบความสำเร็จมามากมาย แต่การที่เราเห็นคนที่เรารักมากๆนั้นประสบ
    ความสำเร็จเป็นสิ่งที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง
    และวันนี้บทพิสูจน์ต่างๆที่ผ่านมาเป็นสิ่งยืนยัน
    ได้ว่าคุณได้ก้าวข้ามอุปสรรคมากมายจนสามารถ
    ถ่ายทอดให้ผู้อื่นได้รับสิ่งดีๆจากตัวคุณ
    อุ้มมีความสุขทั้งสองอย่างที่กล่าวมาแล้วและทุกๆอย่างที่เราสัมผัสจะเป็นความทรงจำที่ดีตลอดไป อ่านแล้วภูมิใจมากครับ ที่สร้างเรือลำนี้สำเร็จและเชื่อว่าลูกเรือทุกคน
    สามารถที่จะเดินไปสู่ความสำเร็จเหมือนอุ้มเช่นกัน

  4. พี่อุ้ม..ยิ้มรับและพร้อมรับกับความเปลี่ยนแปลงนะคะ ทุกๆวันเราทุกคนเจอการเปลี่ยนแปลงในชีวิต และการตัดสินใจตลอด ขึ้นอยู่ว่าใครจะสามารถยอมรับได้มากแค่ไหนนะคะ ทุกๆอย่างมีที่มาและมีที่ไปคะ เชื่อว่าพี่อุ้มทำได้ และทำได้ดีด้วยนะคะสู้ๆคะ^^

  5. จึงอยากจะขอส่งเพลงนี้…เพื่อเธอ ^^

    ♡♡…♡♡..♡♡..♡♡

    เส้นทางที่เธอเดินอยู่นั้น ฉันรู้ว่ามันไม่ได้ง่าย 
    ไม่รู้ต้องล้มต้องเหนื่อยล้า ต้องพบปัญหาอีกเท่าไร
    จนกว่าจะเจอจุดหมาย ที่อาจจะไกลแสนไกล 
    และไม่รู้เมื่อไรถึงจะสุดทาง 
    ….วันที่เริ่มต้นจนวันนี้ทุ่มเทชีวิตมาเท่าไร 
    ต้องเสียใจและต้องผิดหวังมีสักกี่ครั้งที่เริ่มใหม่ 
    กว่าจะเจอจุดหมาย ที่อาจดูไกลแสนไกล
     ไม่รู้อีกนานแค่ไหนถึงจะสุดทาง 
    ….จึงอยากจะขอส่งเพลงนี้แทนพลัง 
    ว่าอย่ากลับหลังขอให้เดินต่อไป
    สักวันต้องถึงจุดหมายที่เธอตั้งใจเอาไว้ 
    เพื่อให้รู้ว่า…เราจะชนะตัวเองได้ไหม ???

    ….คนที่เหลืออยู่…ต้องสู้ต่อไป….

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s