Posted in เรื่องเล่าจากที่ทำงาน

หลักการประกันภัย 6 ข้อ

ขอเขียนเรื่องเนื้อหาประกันภัยบ้างนะคะ เดี๋ยวกลุ่ม Fan Club ความรู้ประกันภัยจะหายหมด นึกว่า blog นี้เม้าท์มอยกันอย่างเดียว 😉

ที่เลือกเรื่องนี้ เพราะ ง่าย และจำได้ขึ้นใจ รวมทั้งเป็นสิ่งที่ยึดเราไว้ในการทำอาชีพนี้นะคะ (สำหรับอุ้มนะ)

แต่สำหรับหลายๆ คน อุ้มเชื่อว่า “อะไรนะ? เออ คุ้นๆ เนอะ แต่นึกไม่ออก” 555 เพราะเราไม่รู้ว่ามันสำคัญน่ะสิคะ

เอ้าสาวก TII, CII, ANZIIF มาทวนกันหน่อยนะค้าาาาาา

1. utmost good faith หลักสุจริตใจอย่างยิ่ง ข้อนี้ไว้บอกกับเราในฐานะบริษัท ตัวแทน สายงานด้านการตลาดว่า เราต้องมีความสุจริตใจต่อลูกค้าอย่างยิ่ง เพราะเราคือผู้ที่รู้และเข้าใจเงื่อนไขของแต่ละประเภทกรมธรรม์ดีที่สุด การขายสินค้าของเราต้องยึดข้อเท็จจริง ต้องรู้จริง และหากมีข้อพึงทราบใดๆ ก็ต้องแจ้งลูกค้าก่อน ไม่ใช่อ้างให้ลูกค้าไปอ่านกรมธรรม์เองนะคะ เค้าอ่านไม่เข้าใจหรอกคะ (เรายังอ่านไม่ค่อยเข้าใจเลย) ส่วนกรณีที่เราเป็นลูกค้า เราก็มีหน้าที่อันสุจริตใจในการที่จะต้องบอกเกี่ยวกับทรัพย์สินที่เอาประกันภัย ข้อมูลเคลมในอดีต เพราะหลายครั้งบริษัทไม่ได้เข้ามาสำรวจภัย หรือการเดินสำรวจภัยเพียงวันเดียว อาจบอกได้ไม่หมดนะคะ ที่สำคัญคนกลางประกันภัย ไม่ว่าจะเป็นนายหน้าหรือตัวแทน ที่จะต้องสื่อทั้ง 2 ด้านนะคะ ทั้งข้อมูลทรัพย์สินและข้อมูลกรมธรรม์ อันนี้สำคัญมากๆ

2. principle of interest หลักส่วนได้เสีย อันนี้ก็จะบอกเราว่าใครควรเป็นผู้ทำประกันภัย และผู้ทำประกันภัยรายนั้นๆ ทำประกันภัยทรัพย์สินใดได้บ้าง เป็นคำถามที่ถามมาทาง underwriter บ่อยๆ นะคะ ถ้ายึดหลักข้อนี้ไว้ คำถามเหล่านี้ก็จะหมดไปค่ะ

3. principle of indemnity ท่องจำไว้ง่ายๆนะคะ ว่า การประกันภัยหน่ะ     “ชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง แต่ไม่เกินทุน” เพราะฉะนั้นสินไหมก็จะต้องพิจารณามูลค่าความเสียหายจริงเทียบกับทุนที่ทำไว้ ส่วน underwrite ก็ต้องพิจารณาทุนที่เหมาะสม คนกลางทั้งหลายก็เช่นเดียวกันนะคะต้องอธิบายหลักการได้ และต้องอธิบายตั้งแต่ขายนะคะ ไม่ใช่ตอนทำเคลม

4. contribution เป็นลูกชายของ indemnity ค่ะ กล่าวก็คือ เราจะต้องไม่ทำการจ่ายซ้ำซ้อน เพราะสิ่งที่ลูกค้าจะได้รับ คือ ความเสียหายจริงนะคะ      เสียหาย 100 ได้ 100 ค่ะ ไม่ใช่ทำประกันภัยหลายฉบับจะได้รวมกันจนเกินความเสียหายจริงค่ะ หลักง่ายๆ คือ ใช้สำหรับการทำประกันภัยมากกว่า 2 ฉบับขึ้นไป ทรัพย์สินที่เสียหายเดียวกัน อยู่ในช่วงระยะเวลาคุ้มครองเดียวกัน ภัยเดียวกัน (ภัยนะคะ ไม่ใช่ประเภทกรมธรรม์ เช่น เกิดไฟไหม้ ก็ต้อง contribute ได้จากทั้งกรมธรรม์อัคคีภัยและ IAR แต่ถ้าเกิดน้ำท่วม จะต้อง contribute เฉพาะกรมธรรม์ที่คุ้มครองน้ำท่วมจากอัคคีภัยและ IAR เหมือนกันนะคะ-อันนี้รวมพวก package ต่างๆ ด้วยนะคะ)

5. subrogation เป็นลูกสาวของ indemnity ค่ะ กล่าวก็คือ เราจะต้องไม่ทำการจ่ายซ้ำซ้อนอีกเหมือนกัน ในกรณีที่ลูกค้าได้รับการชดใช้สินไหมจากบริษัทแล้ว สิทธิ์ในการเรียกร้องจากผู้กระทำละเมิดก็จะต้องโอนมาให้บริษัทค่ะ ไม่สามารถให้ลูกค้ารับการชดเชย 2 ทางได้ ใช้บ่อยๆ ในงานรถยนต์กรณีมีฝ่ายผิดมาชนรถลูกค้า หรืองานทรัพย์สินที่เสียหายจากผู้รับเหมา รวมทั้งการนำซากทรัพย์มาให้บริษัทด้วยนะคะ

6. proximate cause อันนี้ใช้ตอบโจทย์ทั้งการจะนำเสนอขาย และการจะจ่ายสินไหมนะคะ ว่าภัยใดที่มีผลคุ้มครอง เช่น กรมธรรม์อุบัติเหตุส่วนบุคคล ไม่คุ้มครองโรคภัยไข้เจ็บ ถ้าลูกค้าเป็นปอดบวมเสียชีวิต อย่าเพิ่งตัดสินใจนะคะ ว่าไม่จ่าย ต้องคุ้ยลงไปอีกคะ ว่าเกิดจากอะไร มีคลาสสิคเคสที่ใช้ตอนเรียนหนังสือ ผู้เอาประกันภัยขี่ม้า แล้วเกิดอุบัติเหตุตกม้าลงมานอนแช่ในแอ่งน้ำ จนกระทั่งเป็นปอดบวมเสียชีวิตนะคะ อันนี้ proximate cause เป็นอุบัติเหตุนะคะ จะต้องจ่าย เพราะฉะนั้น สินไหมต้องละเอียด ต้องหาสาเหตุที่ใกล้ชิดให้เจอค่ะ

ทีนี้มาถึงขั้นตอนสำคัญ ก็คือ การนำหลัก 6 ข้อไปใช้ค่ะ (อย่าท่องเฉยๆ)      อันที่จริงเราใช้กันอยู่ในการทำงานทุกวันอยู่แล้วนะคะ แต่ไม่ได้เอามันไป     จับที่หลัก ลองทำดูง่ายๆ นะคะ ให้บอกตัวเองทุกครั้ง ว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นมาจากหลักข้อไหน แล้วคุณจะรู้ค่ะว่าเราใช้มันทุกวันจริงๆ

ที่สำคัญ เมื่อมันมีหลัก ก็ต้องยึดหลักให้มั่นคะ ไม่งั้นจะเซเอาง่ายๆ นะค้า 😉

ผู้เขียน:

Experienced and qualified insurance professional..like to share ideas and knowledge

3 thoughts on “หลักการประกันภัย 6 ข้อ

  1. พี่อุ้มครับ สภาวะภัย (Hazard) ปัจจุบันเรานำมา พิจราณาในหารจ่าย ค่าสินไหมใช่ไม่ครับ ทั้งทางด้าน
    1.ทางด้านกายภาพ
    2.ทางด้านศีลธรรม
    3.ทางด้านอุปนิสัย

    แล้วส่วน Risk management การจัดการการเสี่ยงภัย
    คือ 1.หลีกเลี่ยง 2.ลด.3.รับ4.โอน ใช่หรือป่าวครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s