Posted in บันทึกลูกรัก

ความภูมิใจของแม่..แม่เลือกถูกแล้ว

น้องที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกับพี่มา ในช่วงเวลาที่พี่ไปทำงานที่ทูนประกันภัย ที่ที่พี่ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างมาก ได้ทำงานกับเพื่อนร่วมงานจากทูนมาเลเซียที่เก่งโคตรๆ คงจำวันที่พี่ตัดสินใจลาออกกระทันหัน ด้วยสาเหตุที่เคยบอกใครต่อใครเสมอ คือ งานหนักมาก ไม่มีเวลาให้ลูก ไม่ได้เจอลูกเป็นเดือนๆ ทั้งๆ ที่อยู่บ้านเดียวกัน 

เวลาตื่น เวลานอน ไม่ตรงกัน เสาร์-อาทิตย์ทำงานทั้งวัน ลูกนอนพิงแม่ที่นั่งโต้ตอบอีเมลทั้งวัน ดิ้นยุกยิก แม่ก็พาลใส่ สุดท้ายลูกขาดความอบอุ่น เหม่อลอย ไม่ตั้งใจเรียน สอบตกกลางภาคหลายวิชา การบ้านไม่เคยส่ง ในเวลานั้นคือ ตอนที่เอิร์ธอยู่ ป. 1 เข้าไปปรับตัวเรียนอินเตอร์ใหม่ๆ

เล่าท้าวความให้ฟังอีกครั้ง เพื่อจะบอกว่า ช่วงเวลานี้พี่ถือว่า พี่ได้ตัดสินใจถูกแล้ว ที่ทิ้งเงินเดือนที่สูงที่สุดในชีวิต ตำแหน่งและความรับผิดชอบที่ใหญ่ที่สุดในชีวิต กลับมาอยู่ถอยหลังลง ด้วยเงินเดือนที่น้อยลง ความรับผิดชอบที่น้อยลง ตำแหน่งที่น้อยลง แต่พี่ได้อยู่ใกล้ลูกมากขึ้นมากกกกกกกกก

วันก่อนมีโอกาสไปแนะแนวการทำงานให้นักศึกษาที่ ม.อุบล มีน้องคนหนึ่งถามว่า พี่คะ หนูกำลังสับสนระหว่างการอยู่อย่างพอเพียงกับการทำงานมีเงินเยอะๆ 😁

แซวน้องเล่นๆ ว่า น้องสับสนต่างกันเยอะมากนะคะ 5555 พี่ไม่ได้ให้คำตอบที่ตายตัว แต่แนะให้น้องกลับไปมองเป้าหมายในชีวิตตัวเองให้ชัด ถ้าเป้าหมายน้องเหมือนพี่ คือ ทำทุกอย่างให้ลูกมีความสุข พี่ก็ยินดีที่จะถอยหลัง ลดเงินเดือน ลดตำแหน่ง แต่มีเวลา มีคุณภาพชีวิตที่ดีกับลูกมากขึ้น ในทางกลับกัน ถ้าน้องมีเป้าหมายอยากมีบ้าน มีรถ ราคาแพงๆ ก็คงต้องทำงาน หาเงิน เก็บเงินเยอะๆ คงไม่ใช่อยู่อย่างพอเพียง..

ย้อนหลังไปเกือบ 3 ปีที่แม่เลือกแล้ว วันนี้น้องเอิร์ธมีความสุขมากมาย ร่าเริง เรียนดี เป็นเด็กดีให้แม่ภูมิใจ..และวันเสาร์ที่จะถึงนี้ก็เป็นอีกวันที่ทำให้แม่นึกแล้วยิ่งภูมิใจ ไม่คิดไม่ฝันว่า จากเด็กที่สอบตกภาษาอังกฤษวันนั้น จะผ่านการคัดเลือกให้ไปสอบแข่งขันภาษาอังกฤษในฐานะตัวแทนนักเรียน 1 ใน 3 คนของโรงเรียน..การสอบแข่งขันครั้งนี้เป็นการลงสนามครั้งแรกของเอิร์ธ..เอิร์ธผ่านด่านที่ 1 แล้ว ต้องไปสอบข้อเขียน หากเอิร์ธสอบได้ลำดับที่ 51-100 จะได้ประกาศนียบัตร แต่ถ้าได้ลำดับที่ 11-50 จะได้เงินรางวัล 1,000 บาทด้วย…
ทีนี้ถ้าเอิร์ธสอบได้อันดับที่ 1-10 ก็จะต้องไปสอบเขียน essay และมีการพูดหน้าเวที..ถ้าได้ที่ 1 จะได้เหรียญทองคำแท้ โล่ห์ ประกาศนียบัตร และเงิน 10,000 บาท ถ้าได้ที่ 2 จะได้ 7,000 บาท ถ้าได้ที่ 3 จะได้ 5,000 บาท ส่วนที่ 4-10 จะได้ 2,000 บาท…แน่นอน ว่าคนขี้งกอย่างเอิร์ธต้องหวังที่ 1 และขอดับเบิ้ลโบนัสจากแม่ 555 แต่แม่บอกเลยว่า ยากมากนะลูก เค้ามาแข่งกันทั่วประเทศเลย ทำให้ดีที่สุดเท่านั้นพอ

จนตอนนี้เหลืออีกไม่กี่วัน ทั้งติวสอบไฟนอล ทั้งเพิ่งรู้เรื่องการแข่งขันแค่ไม่กี่วัน ไม่ว่า น้องเอิร์ธจะสอบได้รางวัลหรือไม่ น้องเอิร์ธก็จะพูดอย่างที่แม่สอนเสมอว่า ผมจะทำให้ดีที่สุด..be the best..not to anyone but to your goodself..ซึ่งเป็น motto ที่แม่ใช้มาตั้งแต่เป็นเด็กๆ 😁

วันนี้เพียงเท่านี้ แม่ก็ดีใจหนักหนาแล้วครับ..หมาน้อยของแม่

ที่สำคัญ วันสอบครั้งนี้ มีคุณยายไปนั่งเฝ้าที่สนามกับแม่ด้วยนะ 😁 คุณยายคนนี้หล่ะ ที่ไปเฝ้าแม่สอบแข่งขันทั้งหลายมาหลายครั้งหลายหนแล้ว..คราวนี้แม่ได้ไปนั่งเฝ้าลูกของแม่พร้อมกับแม่ของแม่ด้วยนะ..

Posted in สัพเพเหระ

หลักการบริหารที่อาจส่งไปไม่ถึง

เป็นอีกเรื่องนึงที่อยากอัพบล้อกมาสักเดือนนึงได้ละ ต้องรีบบอกก่อนว่า อัพเรื่องนี้ไม่ใช่อัพสดๆ คือ เรื่องที่ดึงให้อยากอัพนี่มันเกิดมาสักพักละ ไม่ต้องเอาไปโยงกับใคร หรือบริษัทไหน…วุ้ย ปวดหัว..
เหมือนเราจะพูดเรื่องค้างคาว พอหนูได้ยิน ก็หาว่าพูดถึงหนู..พอนกได้ยิน ก็หาว่าพูดถึงนก..เอ้อ ก็นกมีหู หนูมีปีกนี่นะ คิดกันเข้าไปได้..เรื่องบางเรื่องไม่ได้ต้องเป็นการโพสต์ว่าใครที่ไหนหรอกค่ะ..สบายใจก็อ่านเนอะ ไม่สบายใจก็ไม่ต้องอ่าน..เห็นด้วยก็กดไลค์ ไม่เห็นด้วยก็ผ่านไปหรือจะคอมเม้นท์ต่างไป อุ้มก็ยินดีรับฟัง..อย่างที่บอกว่านี่มันความคิดเห็นส่วนตัว เป็นบันทึกความรู้สึก ความทรงจำ ณ ขณะหนึ่ง..บางเรื่องก็เอาไว้สอนตัวเอง บางเรื่องก็เอาไว้สอนคนอื่น..อย่าคิดมากค่ะ นกและหนูทั้งหลาย อุ้มแค่พูดถึงค้างคาว 555

เข้าเรื่องดีกว่า..วันก่อนมีโอกาสใช้บริการสายการบินโลว์คอสแห่งหนึ่ง….แหน่ะ!!..ออกตัวดังเอี้ยดดด…บอกเลย ไม่เคยทำงานกับสายการบินแห่งนี้ ดังนั้น เลิกมโน เลิกโยง เลิกสร้างสตอรี่ บัดเดี๋ยวนี้ค่ะ 5555

ที่บอกว่า การบริหารงานบางอย่างก็ส่งต่อไปไม่ถึงนั้น จะอ้างถึงสมัยเรียน ป. โท มี case study ให้ศึกษา เรื่องการบริหารสายการบิน low cost ซึ่งตอนนั้นพูดถึง Virgin Airlines ที่เป็นต้นแบบของสายการบิน low cost หลายสายในปัจจุบัน

ในเนื้อหาบอกว่า การที่จะดำเนินธุรกิจสายการบิน low cost นั้นต้องมีระเบียบวินัย อย่างเข้มงวด ต้องรัดเข็มขัดทุกกระเบียด เพื่อให้ต้นทุนในการดำเนินงานต่ำมากๆ พอที่จะทำราคาตั๋วเครื่องบินถูกมากๆ ซึ่งต้นทุนมหาศาลของสายการบิน ก็มาจากการเผาผลาญน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งนอกเหนือจากวิสัยทัศน์ที่ไกลพอ ที่จะบริหารสต๊อกน้ำมันให้มีราคาที่ต่ำ มีปริมาณพอใช้ ซื้อไว้ล่วงหน้าแล้ว จะต้องทำทุกอย่างให้เครื่องบินอยู่ในสนามบินแบบมีระยะเวลารอบินน้อยที่สุด เพื่อไม่ให้เสียเวลาและเผาผลาญน้ำมันไปโดยใช่เหตุ

จะเห็นว่า สายการบินเหล่านี้จะไม่เสิร์ฟ hot food และส่วนใหญ่ไม่มีขายด้วย เพราะกว่าอาหารจะมา กว่าจะลำเลียง ใช้เวลานาน..เป้าหมาย คือ พอเครื่องลงจอด รีบเอาคนลง ขยะให้มีน้อยมากๆ เก็บก่อนลง พอคนลงหมดปุ๊บ รีบเอาคนขึ้น แล้วรีบบินต่อทันที บินก็บินสั้นๆ วนไปวนมา หลายๆ รอบต่อวัน..คิดได้ง่ายๆ ประมาณนี้

ทีนี้ ก็มาพูดถึงสายการบินที่ตัวเองใช้บริการ และเกิดการดีเลย์ทั้งขาไปและขากลับ ก็สังเกตจากการทำงานของพนักงาน ที่ล้วนแล้วแต่เป็นการทำให้เวลาที่เครื่องจะขึ้นบินได้นั้นช้าไปมากเลยทีเดียว

เริ่มแรก คือ มาจากการที่เที่ยวบินก่อนหน้านี้มาถึงช้าก่อน พอเอาคนเที่ยวบินเราขึ้นเครื่องครบ ก็ปรากฎว่า ไม่มีคิวขึ้นบิน ต้องรอบินอีก 15 นาที ก็เผาน้ำมันรอไป ผู้โดยสารก็รู้ชะตาชีวิตละ ว่านอกจากเครื่องจะมาถึงช้า จะขึ้นยังขึ้นไม่ได้อีกต่างหาก…อันนี้เบาๆ 555

ขากลับ เริ่มที่ check in counter เลย สมมติว่า flight เราเป็นรอบบ่าย 2 ซึ่งตอนแรกเปิดเลย 3 counters ปนๆ กันทุก flights..ทีนี้พอเวลากระชั้นเข้ามาสำหรับ flight บ่าย 2..สายการบินเลยเปิด counter ที่ 1 เป็น flight บ่าย 2 เท่านั้น ส่วน flights อื่นๆ หลังจากบ่าย 2 ให้ไป check in ที่ counter 2 และ 3

เราเองก็เข้าใจเจตนาได้ง่ายๆ เลยว่า การบริหารหน้าเคาน์เตอร์คงเปิด counter 1 เฉพาะขึ้นมาเพื่อให้ flight บ่าย 2 ที่กำลังจะตก flight นั้นได้มีเคาน์เตอร์เฉพาะ ส่วน flights อื่นๆ ที่ยังพอมีเวลา ก็ให้ไปรอคิวได้ทั้งเคาน์เตอร์ 2 และ 3 😊

แต่ในทางปฏิบัติ ปรากฎว่า มีผู้โดยสาร flight บ่าย 2 ที่กำลังจะตกเครื่อง ดันเข้าแถวผิด ไม่ได้มองป้ายว่าให้ไปเคาน์เตอร์ 1 (ซึ่งอาจจะต่อเป็นคิวที่ 4) แต่ในขณะนั้น เธอต่อเคาน์เตอร์ 2 มาจนเป็นคิวที่ 1 แล้ว!!..แปลกแต่จริง พนง.หน้าเคาน์เตอร์ 2 บอกว่า คุณมาผิดแถวแล้ว กรุณาไปต่อแถวที่ 1 ใหม่…เพื่อ??? เอิ่มม เคาน์เตอร์พิเศษนี้เค้าเปิดมาเพื่อระบาย flight บ่าย 2 ให้มันเร็วทันเวลานะ…แล้วป้าคนนี้บ่าย 2 จะตกเครื่องอยู่ละ ป้าก็ยืนจะยื่นใบจองให้ละ จะให้ป้าไปเริ่มใหม่ เพื่อ?? เราก็งงนะ….เง้อ

พอมาตอนตรวจตั๋วก่อนขึ้นเครื่อง ก็ทำอะไรแปลกๆ อีก..เคยเห็นสายการบินอื่น มีพนักงานตรวจตั๋ว 2 คน เข้าแถวได้ทีละ 2 แถว ซึ่ง พนง.ตรวจตั๋วนี้ ก็จะตรวจตั๋วและฉีกตั๋วไปเลย จบ..แต่สายการบินนี้ มาแปลกคร่า…มี 2 คนเหมือนกัน แต่ให้เข้าแถวเดียว..คือ ด่านที่ 1 พนง. คนแรก ตรวจก่อน ตรวจเสร็จไม่ฉีกตั๋ว ให้เราเดินไปเจอคนที่ 2 ที่ทำหน้าที่ฉีกอย่างเดียว…คิวมันก็ยาวสิคะ..ขั้นตอนนี้ก็นานมาก

แถมเวลาเรียกขึ้นเครื่อง แทนที่จะเรียกให้คนข้างหลังขึ้นเครื่องก่อน เพราะกว่าจะยกจะเก็บกระเป๋า จะได้ไปยืนเกะกะกันข้างในนู่น..คนข้างหน้าถัดมาจะได้ทยอยๆ เข้ามาเก็บ มันก็จะร่นระยะเวลาได้อีก…

แต่ สายการบินนี้ ให้ข้างหน้าขึ้นก่อนค่า…ก็รอไปสิ คาอยู่ตรงประตู รอจนกว่าข้างหน้า ตรงกลาง จะเก็บเสร็จ ข้างหลังถึงได้เข้าไปเก็บ เข้าไปนั่ง…ครบถ้วนกระบวนความ มีคนจะตกเครื่อง..เครื่องก็รอคร่า…คือ บางสายการบินถ้ามันดีเลย์มาก เค้าก็ต้องไปเลยนะ..อันนี้ดีเลย์มาตั้งแต่ต้นจนจบ ก็รอไปค่า..เสร็นสิ้นกระบวนการดีเลย์ไป 1 ชม. ถ้วน เวลามาตรฐานจริงๆ

ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ ก็ไม่ได้ทราบหลักการบริหารสายการบินที่แท้จริงหรอกนะคะ เผอิญได้เคยอ่าน case study และเคยขึ้นสายการบินหลายสาย ก็เลยเปรียบเทียบให้ฟัง และก็คิดเอาเองว่า อ๋อที่มันช้าก็เพราะแบบนี้เองเนอะ..ถ้าเปลี่ยนวิธีใหม่ให้เหมือนสายการบินอื่น น่าจะเอาเครื่องขึ้นได้เร็วกว่านี้เนอะ……….เสียดายน้ำมันที่เผาผลาญไปเนอะ..แค่นั้นละคะ…จอ บอ จบ..จบนะคะผู้อ่านที่รักทุกคน 😊

Posted in สัพเพเหระ

อ่านให้เป็น เรื่องพาลูกทัวร์ไปเที่ยว

อันนี้ ความคิดเห็นส่วนตัวล้วนๆ เลยนะคะ

ความคิดเรื่องการพาลูกทัวร์ไปท่องเที่ยว ที่ไม่เข้าท่ามีอยู่ 2 แบบ

แบบที่ 1 คือ คิดว่าคนที่ได้ไป คือ ได้ไปเที่ยว…สำหรับคนที่ไปและรู้หน้าที่ของตน จะรู้ดีว่า เราไปเหนื่อย ไม่ได้ไปเที่ยว..เพราะเราต้องดูแลความเรียบร้อยทุกขณะ ต้องรักษาบรรยากาศ ต้องมีอำนาจตัดสินใจและแก้ปัญหาในสถานการณ์เฉพาะหน้า หรือสถานการณ์ฉุกเฉินได้ …ลูกทัวร์อยู่ในความรับผิดชอบของเราเต็มๆ..มาครบไหม กินอิ่มไหม นอนหลับไหม จะตีกันไหม อุบัติเหตุหรือเปล่า สารพัดจะเกิด อย่างพาไปล่องเรือ ถ้ามีมรสุมหรือฝนตก เราจะทำยังงัย..คนเป็น MC ก็คอแหบ คอแห้ง..คนเป็นตากล้อง ก็แบกกล้อง แบกป้าย..คนจะกิน ก็ต้องเติม ต้องเสิร์ฟ..คนจะถ่ายรูป ก็วิ่งไปคร้า..กลางน้ำ กลางแดดเปรี้ยง..แบกน้ำ แบกขนม แบกยา สารพัด..เรื่องไม่คาดคิด ถ้าไม่เกิดก็แล้วไป ถ้าเกิดก็ต้องจัดการได้..ถ้าคิดว่าอยากจะไป แล้วทำหน้าที่เหล่านี้ในฐานะตัวแทนบริษัทได้ ก็ควรจะไป..คนเคยไปทำงานแบบนี้ ร้อยทั้งร้อย ไม่ได้อยากไปหรอกค่ะ ☺

แบบที่ 2 คือ คิดว่าส่งน้อง ส่งคนนู้นคนนี้ไปเที่ยว ไปพักผ่อน..และคนที่ไปก็คือ ไปพักผ่อนจริงๆ..ไม่สนใจลูกทัวร์..ไปด้วยกันยังไม่สนใจกัน..ชั้นไม่สนิท บริษัทเดียวกันแล้วงัย..นอนด้วยกัน ยังไม่เรียกกัน..เอ้อ..ส่งคนมาด้วยกัน ก็ควรดูว่า เข้ากันได้ไหมเนอะ…ที่สำคัญ อย่าได้ส่ง คนรั่วๆ ประเภท เหล้า เบียร์เข้าปาก แล้วคะนอง ปากรั่ว กิริยารั่ว แบบนี้เสียภาพพจน์บริษัทเปล่าๆ…ได้พักก็ดี แต่ก็พักให้มันพอดี น่าจะดีกว่านะคะ ☺

คนเคยไป เคยทำ ถ้าไม่จำเป็นไม่ไปเด็ดขาด งานนี้จำเป็นต้องไปแทนก็ต้องไป..เช่นกัน การเลือกคนที่จะไป เราต้องมั่นใจว่า เค้าต้องดูแลลูกทัวร์ได้ระดับหนึ่ง ถ้าเค้าไม่เคย เราก็ต้องสอน แล้วต้องเปิดโอกาสให้หลายๆ คนได้ลองทำ ผลัดๆ กันไป จะได้มีตัวตายตัวแทนกันหลายๆ คน..คนทำงานเป็น เค้าต้องสอนคนมาทำแทนค่ะ ไม่ใช่ทำเองทุกเรื่อง…อุ้ยย…

ที่เขียนมา ไม่ได้มีใครว่าอะไร และไม่ได้จะว่าใครนะคะ..แต่พบเห็นมาตลอดชีวิตการทำงาน จากฝั่งคนได้ไป และคนไม่ได้ไป..

แค่อยากบอก ว่า ไปให้เป็น ไปในฐานะตัวแทนของบริษัท ไปแล้วทำให้ดี แค่นั้นก็พอ 😌

เจ้านายเก่าเคยสอนเราแบบเข้มๆ…You are the Company’s representative person, so make sure u do & say things right…เวลาให้ไปงานไหนแทน แทบจะกราบ ขอไม่ไปได้ไหมคะ
นู๋เครียดด 5555…พอแก่ตัวมา เลยต้องมากดดันน้องๆ ตัวเองต่อ ก็มันจริงนะที่เค้าสอนมา 😀

Posted in สัพเพเหระ

ความฝันของบันจี้ ฮาหนักมาก

บันจี้หอบหิ้วกระเป๋าเดินทาง 2 ใบอย่างทุลักทุเล ในขณะที่แองจี้ ผู้ช่วยคนเก่ง เดินถือกระเป๋าใบน้อยเดินตัวปลิวสวยๆ อยู่ข้างๆ

ทั้ง 2 คนกำลังมุ่งหน้าเดินจะไปขึ้นเครื่องบินของสายการบินอาหรับแห่งหนึ่ง (หลอนที่ 1)..ด้วยมาตรการความปลอดภัยบางอย่างของสายการบิน เจ้าหน้าที่ยื่นเอกสารใบน้อย มาให้ผู้โดยสารทุกคนกรอก…ส่วนหนึ่งของเอกสาร ให้กรอกที่มาของรายได้

บันจี้คิดในใจ “ให้ที่มานิดเดียวจะกรอกพอได้ยังงัย” เอิ่ม ไม่ใช่รายได้เยอะ แต่ในความฝัน บันจี้ดันกรอกรายชื่อ Partner 18 ราย ซึ่ง 1 ในนั้น คือสายการบินแห่งนี้ที่กำลังจะใช้บริการก่อนจะขึ้นเครื่อง (หลอนที่ 2)

พอขึ้นเครื่องคาด seatbelt เรียบร้อย พลันชุดของ 2 สาวก็กลายเป็นชุดนักท่องเที่ยวประหนึ่งจะเดินทางไปฮาวาย 5555 มีแว่นกันแดด หมวกพร้อม (อารายฟะ…หรือชั้นอยากพักผ่อน)

เครื่องขึ้นไปสักพัก จู่ๆ กัปตันก็ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน และเอาเครื่องลงจอดที่เกาะแห่งหนึ่ง หน้าตาเหมือนเกาะในหนัง Angry Bird
(อีบร้า…นี่มันมาจาก ก่อนเข้านอน เล่นของเล่น Angry bird ชัดๆ..ไหวไหมๆ 555…หลอนที่ 3)

เราลงไปร้อน แกร่วรอ บนเกาะนานมาก ผ่านไปสัก 5 ชั่วโมงได้ บันจี้เริ่มงุ่นง่าน เดินไปเดินมา
จนกระทั่งสายการบินประกาศให้ทุกคนขึ้นเครื่องได้ คิดว่า น่าจะพร้อมเดินทางต่อ

แองจี้เดินขึ้นเครื่องไปแล้ว แต่พอบันจี้จะเดินผ่าน กัปตัน 2 คน (น่าน…มาจากบทสนทนากับ partner สายการบินอีกแห่งเมื่อวานนี้เรื่องปริมาณกัปตัน..หลอนที่ 4) กัปตันทั้ง 2 กักตัวบันจี้ไว้ และมาสอบประวัตินานมว๊ากกกกก

เวลางวดเข้ามา บันจี้เริ่มโมโห ระเบิดอารมณ์ใส่กัปตันทั้ง 2 คนว่า “นี่พวกแกจะกักตัวชั้นอีกนานไหม นี่มันจะ 6 ชั่วโมงแล้วนะ แกรู้ไหม ถ้า delay ครบ 6 ชม. แล้วแกบอกเกิดจากปัญหาเครื่องยนต์ บริษัทชั้นต้องจ่ายเคลมจำนวนเท่าไหร่??” (ป้าดดดด….นี่มันมาจาก เม้นท์กับพี่เหมียว head of claim TA ผ่าน เฟสบุ้ค เรื่องนัดกินเหล้าชัดๆ…หลอนที่ 5)

อีกัปตัน 2 คนหน้าตาแขกมาก หัวเราะเสียงดัง ก่อนหยิบนามบัตร โลโก้ Southeast Ins ออกมา (หลอนที่ 6..หนึ่งในน้องที่กดไลค์เฟสเมื่อคืน มาจาก Southeast… พี่เอามานัวด้วยได้งัย..หุ้ย)
แล้วกัปตันก็บอกว่า “ในที่สุดแกก็รู้..เพราะ 1 ใน partner ที่แกทำ คือ สายการบินแห่งนี้ ซึ่งพวกช้าน..อินี้..กำลังตกลงจะทำประกันกับ Southeast..แต่พวกแกมาจากไหนนน…มาเอางานนี้ไป”

กรีส นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย 5555

จังหวะนั้น ผู้โดยสารทุกคน หอบหิ้วสัมภาระ และสไลด์ตัวลงมาทางประตูฉุกเฉิน พร้อมเสียงอันดังของกัปตัน “5555 ในที่สุดก็ครบ 6 ชั่วโมง…สายการบินจะเสียชื่อ..แกจะต้องจ่ายเคลม และสุดท้าย Southeast ก็จะได้งาน..ส่วนพวกช้าน ก็จะได้ค่าคอมมิชชั่น 555555 (หลอนที่ 7)

พี่ควรไปพบจิตแพทย์มะ 55555555 เป็นเอามาก

Posted in สัพเพเหระ

แม่ทัพ

image

วันนี้มีอารมณ์อยากอัพบล้อก จัดไปรัวๆ

ขึ้นต้นด้วยชื่อเรื่อง แม่ทัพ เผอิญนึกถึงตอนที่เคยอบรมหลักสูตร Leadership ที่บริษัทเก่า
ตอนนั้นวิทยากรให้บอกว่า Leadership style ที่เราชื่นชอบ คือใคร เราตอบไปว่า มู่หลาน🙂

ชอบมู่หลาน ที่มีความกล้าหาญ เสียสละ มุ่งมั่น รักชาติ รักครอบครัว รักลูกน้อง แต่ไม่รักตัวกลัวตาย

ตอนตอบครั้งแรก คงมีคนคิดว่า อีนี่ติดละคร? 555

แล้วก็ให้นึกถึง สถานะของแม่ทัพ ยังไม่ต้องเป็นจอมทัพหรอก ในที่นี้ เป็นเพียงแม่ทัพ ที่รับคำสั่งจากจอมทัพมา ให้บุกไปรบในแคว้นต่างๆ

การรบมีทั้งแบบรุกและตั้งรับ กองทัพฝ่ายรุก ถูกฝึกปรือวิทยายุทธเข้มแข็งระดับหนึ่ง พอจะนำทางคนในกองทัพให้บุกตะลุยไปได้ ครั้นพอถึงตอนรุ่งสาง แม่ทัพเรียกชุมนุมกองทหาร ประกาศกร้าว นี่คือ ดินแดนที่เราจะไปพิชิต ทัพหน้าวางยุทธศาสตร์การรบ แผนที่การเดินรบ กองกลางเตรียมเสบียงพร้อม อาวุธครบมือ กองหลังปิดช่องโหว่ สอดส่องดูแล ล้วนแล้วร่วมมือเกื้อหนุนกัน

กองทัพฝ่ายรับ เวลามีข้าศึกโจมตี บ่อยครั้งขาดการสาดส่องดูแล โดนตีไม่รู้ตัว หรือแม้บางครั้งรู้ระแคะระคาย แต่ประมาท ทำให้เพลี่ยงพล้ำหลายครั้ง แม่ทัพแม้จะสู้สุดฝีมือ ก็มีเพลี่ยงพล้ำบาดเจ็บ แต่ไม่เคยย่อท้อ เฝ้าคิดหาวิธีป้องกันกองทัพฝ่ายรับของตน แต่วิธีใดเล่า จะเท่ากับความร่วมมือกันของกองทัพนั้น

ในฐานะแม่ทัพ ใจหนึ่งก็ห่วงกองทัพฝ่ายรุก แต่ใจพะวงกองทัพฝ่ายรับมากกว่า ตัดใจละทิ้งภารกิจฝ่ายรุก เพื่อมาเฝ้าทับหลัง ในกองทัพนั้น มีคนเจ็บ คนชรา เดินได้ไม่แข็งแรง ก็ต้องหันกลับไปพยุง อีกส่วนหนึ่ง เป็นเด็กและสตรี ที่ไม่รู้วิทยายุทธ รบยังไม่เป็นกระบวนท่า แต่มีใจฮึกเหิม แม่ทัพก็ต้องเจียดเวลาไปสอน  อย่างน้อยเพื่อป้องกันตนเอง และเพื่อช่วยดูแลคนเจ็บ คนชราได้บ้าง

วันเวลาผ่านไป แม่ทัพสลับตำแหน่ง ควบม้าขึ้นลง ทัพหน้า ทัพหลัง ทั้งพยุง ทั้งสอนสั่ง ทั้งหมดนี้เพียงเพื่อนำทัพให้ได้ชัยชนะ และให้ทัพนั้นปลอดภัยร่มเย็น

คำถาม ถามว่า หากในการนำทัพนั้น มีไพร่พลที่พาให้แม่ทัพหลงทาง ด้วยความไม่รู้ ด้วยเจตนา ไม่อาจรู้ได้ แม่ทัพควรให้อภัย และมุ่งหน้านำทัพต่อไป ใช่อยู่หรือ

หากการให้ข้อมูลเส้นทางที่ผิดพลาด ปกปิด ละเลยข่าวสารการรบที่สำคัญ เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทัพอย่างใหญ่หลวง แม่ทัพต้องเดินหน้ารับผิดแทนโดยหน้าที่แม่ทัพนั้น ใช่อยู่หรือ

ในยามรบ ทัพหน้าต้องการแม่ทัพ คนเจ็บ คนชราต้องการแม่ทัพ เด็กและสตรีต้องการแม่ทัพ ปุถุชนธรรมดาไม่คว้าอาวุธต่อสู้ สับหลีกข้อมูล ด้วยเจตนาบริสุทธิ์หรือสุดแล้วแต่นั้น

แม่ทัพควรทำอย่างไร ให้ร่วมทัพแบบระแวดระวังทิ้งไว้กลางทาง จองจำไว้แล้วลากตรวนไป หรือฆ่าทิ้งเสีย ล้วนยากต่อการตัดสินใจ

หากท่านเป็นแม่ทัพนั้น ท่านจะทำอย่างไร และหากท่านเป็นปุถุชนนั้น ท่านจะเลือกทำอย่างไรต่อไป น่าคิดไหม

Posted in สัพเพเหระ

Banji!

ของขวัญวันเกิดชิ้นแรกปีนี้ จริงๆ เจ้านี่เลย..บันจี้!
สีส้ม ที่น้องเอิร์ธไปหนีบมาจากตู้หนีบตุ๊กตา แล้วเอามาให้แม่ก่อนเข้านอนเมื่อคืน

เมื่อคืนนี้ ขึ้นเตียงปุ๊บ เอิร์ธถามว่า “ผมแฮปปี้เบิร์ดเดย์แม่ก่อนได้ไหมครับ พรุ่งนี้ผมไปสอบ” แล้วก็ให้ตุ๊กตากระต่ายสีส้ม บอกว่า “ผมหนีบมาให้แม่ครับ”…อร้ายยย

พอถามว่า ชื่ออะไรดี น้องเอิร์ธบอกว่า “แล้วแต่แม่เลยครับ วันเกิดแม่ แม่ตั้งเลย”🙂

แม่เลยบอกว่า ชื่อ บันจี้ละกัน แม่ชอบเรียกตัวเองว่า บันจี้!

พอเช้ามา พ่อปลุกอุ้มเอิร์ธขึ้นบ่า แล้วบอกให้เอิร์ธแฮปปี้เบิร์ดเดย์แม่ก่อนครับ..เงียบ..พ่อพูดย้ำ..
เอิร์ธแอบยักคิ้วแล้วยิ้มหวาน ประหนึ่งจะบอกแม่ว่า..”เรารู้กันนะ แฮปปี้เบิร์ดเดย์ไปละตั้งแต่เมื่อคืน..จุ้บบ”

image

Posted in เรื่องเล่าจากที่ทำงาน

Happy my day 😄

เข้าออฟฟิสมา กำลังจะวิ่งไปห้องน้ำ น้องในทีมก็เดินขบวนแห่มาจากมุมตึก นำหน้าด้วยคัพเค้กปักเทียนวันเกิด และน้ำนมชมพู..

กรี้ด ถูกใจมาก…

เพราะปกติไม่ชอบเป่าเค้กเว่อวัง (แต่ชอบทำให้คนอื่น 555) น้องที่สนิทรู้ใจ จะแอบเอาของมาวาง และจากไป ไม่เอิกเกริก ใหญ่โต ปล่อยให้อีพี่กรี้ดคนเดียวในห้อง

พอทีมเอาคัพเค้กกำลังดีมาให้ บวกกับนมชมพูที่น้องบอกว่า เห็นพี่อยากกินมา 3 วันแล้ว..มันคือ ความใส่ใจอ่ะ มันล้น ปลื้มปริ่มมาก

กำลังปิติกับคัพเค้กและนมชมพู น้องบอกยังไม่หมดพี่..อะไรๆ ยื่นถุงมาให้…กรี้ดดดดดด คือ ถุงมันดี การ์ดมันน่ารักเป็นรูปน้องหมา ละก็กรี้ดๆๆ อยากได้ๆ ชอบๆ..น้องบอกว่า เอ่อพี่ ถุงนี้ยืมแชมป์มา ต้องคืน 55555..แชมป์ทำหน้าเพลีย ละบอก ไม่ต้องคืนละ เอาไปเหอะ แชมป์ให้…55555 กรี้ดดด แย่งของน้องมาเฉย!

หยิบกล่องของขวัญข้างใน นึกว่าเป็นรองเท้า..เปิดออกมา กรี้ดดดดด…จะกรี้ดรัยหนักหนา 5555 กรี้ดแล้วกรี้ดอีก กรี้ดจนน้องขำตัวงอ..จนจบด้วยเสียงโห่ฮิ้วของนิว 5555…ได้น้องบูมาอีก 5 ตัวน้อย

เสียงพี่เล็กละ เสียงเล็กมุ้งมิ้ง คุยกับบูไม่สนใจใคร ชื่อรัย ชื่อรัยดี…กรี้ดๆๆๆ

สรุปว่า ดีใจหนักมาก ถูกใจหนักสุด ประทับใจมาก…แฮปปี้เว่อร์ไปอีกหนึ่งวันกับทีมที่น่ารักของข้าพเจ้า

image